สีผมมิลค์ทีเบจเป็นสีที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะให้ความรู้สึกโปร่งใสและนุ่มนวล แต่หลายคนก็พบว่าสีผมซีดเร็วเกินไป จริงๆ แล้วถ้าคุณเลือกใช้แชมพูที่เหมาะสมและดูแลอย่างถูกวิธี คุณสามารถรักษาสีผมสวยได้นานขึ้นถึง 1.5 เท่า บทความนี้จะแนะนำแชมพูรักษาสีผมที่ดีที่สุด 5 อันดับ พร้อมเทคนิคการดูแลจากมือโปรที่จะช่วยให้คุณรักษาสีผมสวยจากซาลอนได้นานที่สุด
ทำไมสีมิลค์ทีเบจถึงซีดเร็ว?

เคยสงสัยไหมว่าทำไมสีมิลค์ทีเบจที่เพิ่งทำจากร้านสวยๆ ถึงเหลืองหรือเขียวได้ภายในแค่ 1-2 สัปดาห์? จริงๆ แล้วสีนี้ซีดเร็วมีสาเหตุที่ชัดเจน
สาเหตุหลัก 3 ประการ:
- เส้นผมเสียหายจากการฟอก: การทำสีมิลค์ทีเบจส่วนใหญ่ต้องฟอกผมหลายครั้ง ทำให้ชั้นคิวติเคิลของเส้นผมเปิดออก และเม็ดสีจะไหลออกมาได้ง่ายจากช่องว่างเหล่านี้
- เม็ดสีธรรมชาติของคนเอเชีย: ผมของคนญี่ปุ่นและคนเอเชียมีเม็ดสีเมลานินที่มีสีแดงและสีเหลืองสูงอยู่แล้ว เม็ดสีที่ถูกฟอกออกไปจะค่อยๆ กลับมา ทำให้สีโปร่งใสที่ได้มาหายไป
- การล้างผมทุกวันทำให้เม็ดสีหลุด: การใช้แชมพูทั่วไปที่มีความแรงในการทำความสะอาดสูงจะค่อยๆ ชะล้างเม็ดสีออกไปทุกวัน โดยเฉพาะแชมพูที่มีซัลเฟตจะทำให้สีซีดเร็วยิ่งขึ้น
สีมิลค์ทีเบจเป็นสีที่อ่อนและละเอียดอ่อน การเปลี่ยนแปลงของสีเพียงเล็กน้อยก็เห็นได้ชัดเจน ดังนั้นการดูแลหลังทำสีจึงสำคัญที่สุด
วิธีเลือกแชมพูรักษาสีให้เหมาะกับผมมิลค์ทีเบจ
การรักษาสีมิลค์ทีเบจให้สวยนาน คีย์สำคัญคือการเลือกแชมพูที่เหมาะกับสภาพผมของคุณ มาดูกันว่าแต่ละแบบเหมาะกับใคร
กำจัดสีเหลืองด้วย “แชมพูสีม่วง”
แชมพูสีม่วง (หรือที่เรียกกันว่า Purple Shampoo/Murasaki Shampoo) มีประสิทธิภาพในการลดสีเหลืองที่ออกมาจากการซีดของสีผม ทำงานโดยใช้หลักการสีตรงข้าม คือสีม่วงที่อยู่ตรงข้ามกับสีเหลืองในวงจรสีจะช่วยกลบสีเหลืองได้
【ตารางความสัมพันธ์ของสี】
| สีที่ออกบนผม | สีที่ใช้กลบ | ประเภทแชมพู |
| สีเหลือง | สีม่วง | แชมพูสีม่วง |
| สีส้ม | สีน้ำเงิน | แชมพูสีแอช |
| สีแดง | สีเขียว | แชมพูแมตต์ |
สำหรับคนที่ฟอกผมหลายครั้งและผมมักจะเหลืองง่าย แชมพูสีม่วงคือตัวช่วยที่ดีที่สุด ใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็จะช่วยรักษาสีเบจโปร่งใสได้
เติมสีที่ซีดด้วย “แชมพูสีเบจ・มิลค์ทีเบจ”
ถ้าแชมพูสีม่วง “กลบ” สีเหลือง แชมพูเฉพาะสีเบจหรือมิลค์ทีเบจจะเติมสีให้กับส่วนที่ซีดไปโดยตรง
แชมพูประเภทนี้ถูกพัฒนามาเพื่อรักษาสีมิลค์ทีเบจโดยเฉพาะ ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แนะนำให้ใช้ร่วมกับแชมพูสีม่วงหลังจากทำสีไปประมาณ 2 สัปดาห์
บำรุงผมด้วย “สูตรปราศจากซัลเฟต + ส่วนผสมซ่อมแซม”
นอกจากการเติมสีแล้ว การดูแลสุขภาพเส้นผมก็สำคัญไม่แพ้กันในการรักษาสีผม
ส่วนผสมที่ควรมี:
- ปราศจากซัลเฟต (Sulfate-Free): ล้างผมอย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้เม็ดสีหลุดลอกออกมา
- เคราติน (Keratin): เติมโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม ซ่อมแซมความเสียหาย
- น้ำมันอาร์แกน・น้ำมันโจโจบา: ปกป้องชั้นคิวติเคิล ช่วยให้เม็ดสีติดทนนานขึ้น
- กรดไฮยาลูโรนิก: เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผมนุ่มสลวย
การเลือกแชมพูที่มีส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยให้คุณดูแลสีและซ่อมแซมผมไปพร้อมกัน ยิ่งผมฟอกมากเท่าไหร่ ส่วนผสมซ่อมแซมยิ่งมีผลต่อการรักษาสีมากขึ้นเท่านั้น
>>คู่มือวิธีใช้แชมพูรักษาสีผมฉบับสมบูรณ์
【เปรียบเทียบแบบละเอียด】แชมพูรักษาสีมิลค์ทีเบจ 5 อันดับแรก

คัดเลือกมา 5 ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม เปรียบเทียบด้านความแรงของสี・การบำรุงผม・คุณภาพคุ้มราคา
【ตารางเปรียบเทียบแชมพูแนะนำ】
| ชื่อแบรนด์ | ราคา | จุดเด่น | ความแรงสี | ซ่อมแซมผม | รูปแบบ |
| KYOGOKU Color Shampoo (Blonde) | ประมาณ 217 บาท | กำจัดสีเขียว คุณภาพญี่ปุ่น | ★★★★★ | ★★★★☆ | ขวด |
| Lolane Milk Tea Beige | ประมาณ 159 บาท | สูตรเฉพาะ สีแรง | ★★★★★ | ★★★☆☆ | ขวด |
| Milbon Ordeve Beige | ประมาณ 558 บาท | คุณภาพซาลอน ปรับ pH | ★★★★☆ | ★★★★★ | ปั๊ม |
| Plus eau Milk Tea Brown | ประมาณ 299 บาท | สมดุลดี ฟองเยอะ | ★★★★☆ | ★★★★☆ | ขวด |
| CALATAS Pink Shampoo | ประมาณ 438 บาท | เหมาะกับโทนอุ่น | ★★★★☆ | ★★★☆☆ | ปั๊ม |
อันดับ 1: Kyogoku Color Blonde Shampoo
แชมพูรักษาสีจากญี่ปุ่น ขายดีอันดับ 1 ในไทย
แชมพูเฉพาะสำหรับผมบลอนด์จากแบรนด์ดูแลผมระดับมืออาชีพของญี่ปุ่น KYOGOKU ได้รับการยอมรับว่าเป็นแชมพูรักษาสีขายดีอันดับ 1 ในตลาดไทย โดยเฉพาะมีประสิทธิภาพในการกำจัดสีเขียวที่มักจะออกมาบนผมมิลค์ทีเบจ
จุดเด่นของ KYOGOKU Blonde Shampoo:
- สูตรเม็ดสีพิเศษกำจัดสีเขียว: ช่วยกลบสีเขียวที่มักจะออกมาหลังฟอกผม ทำให้ได้สีมิลค์ทีเบจที่โปร่งใสและสวยงาม ข้อดีที่สุดคือสามารถแก้ปัญหาสีไม่สม่ำเสมอที่แชมพูสีม่วงทั่วไปแก้ไม่ได้
- สูตรอ่อนโยน ใช้ได้ทุกวัน: สูตรที่ไม่ทำร้ายผมและหนังศีรษะ ใช้ทุกวันก็ไม่ทำให้ผมเสียหาย กลับกันยิ่งใช้ผมจะยิ่งชุ่มชื้นและมีสุขภาพดีขึ้น
- ความเข้มข้นของเม็ดสีที่คำนวณมาอย่างดี: สมดุลของเม็ดสีที่พอดี ไม่เข้มหรือจางเกินไป ออกแบบมาให้เม็ดสีไม่ฝังลึกเข้าไปในเส้นผม ดังนั้นเวลาทำสีครั้งต่อไปจะไม่มีปัญหาสีเดิมมารบกวน ช่างทำผมก็มั่นใจในการทำงาน
- เห็นผลใน 1-2 นาที: หมักไว้แค่เวลาสั้นๆ ก็เห็นผลชัดเจนแล้ว เหมาะกับยามเช้าที่เร่งรีบ หากต้องการผลลัพธ์ที่แรงขึ้น แนะนำให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
เสียงจากผู้ใช้จริง:
“หลังทำสีบลอนด์ผมมักจะออกเขียวๆ เป็นปัญหามากเลย แต่พอใช้แชมพูตัวนี้ผมกลับมาโปร่งใสอีกครั้ง กลิ่นก็หอมดี ตอนนี้อาบน้ำสนุกมากเลยค่ะ” (ผู้หญิงวัย 20s)
“สีมิลค์ทีเบจอยู่ได้นานขึ้นจริงๆ ต่างจากแชมพูสีม่วงตัวอื่นตรงที่ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ชอบมากค่ะ” (ผู้หญิงวัย 30s)
ราคาเพียง 1,090 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราแนะนำอย่างมั่นใจสำหรับทุกคนที่ต้องการรักษาสีมิลค์ทีเบจให้สวยนาน
อันดับ 2: Lolane Milk Tea Beige Shampoo
แบรนด์จากไทยที่พัฒนามาเพื่อสีมิลค์ทีเบจโดยเฉพาะ มีเม็ดสีเข้มข้น ใช้ครั้งเดียวก็รู้สึกถึงการเติมสีได้ชัดเจน ราคา 800 บาท ใช้ทุกวันก็ไม่หนักกระเป๋า แต่ส่วนผสมบำรุงผมจะน้อยหน่อย หากผมคุณเสียหายมากแนะนำให้ใช้คู่กับทรีทเมนต์
อันดับ 3: Milbon Ordeve Beige Shampoo
คุณภาพระดับซาลอนอย่างแท้จริง สามารถดูแลสีและซ่อมแซมผมเสียหายได้ในระดับสูงสุดพร้อมกัน มีการปรับค่า pH ให้อยู่ที่จุดไอโซอิเล็กทริกของผม (4.5-5.5) ช่วยกระชับชั้นคิวติเคิลขณะป้องกันเม็ดสีหลุดลอก ราคาค่อนข้างสูง แต่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการปรับสภาพผมและรักษาสีไปพร้อมกัน ช่างทำผมก็แนะนำด้วย
อันดับ 4: Plus eau Milk Tea Brown
สมดุลระหว่างความแรงของสีกับการบำรุงผมได้ดี ใช้ง่าย เหมาะกับมือใหม่ที่ลองใช้แชมพูรักษาสีครั้งแรก ฟองเยอะ กระจายเม็ดสีได้ทั่วผม สีจะออกน้ำตาลนิดหน่อย เหมาะกับคนที่ต้องการมิลค์ทีโทนอุ่น ราคากลางๆ คุณภาพคงที่ คุ้มค่าดี
อันดับ 5: CALATAS Pink Shampoo
เหมาะกับคนที่ต้องการรักษาสีมิลค์ทีเบจโทนอุ่น โดยเฉพาะสีชมพูเบจ นอกจากจะลดสีเหลืองแล้ว ยังเติมนวลสีชมพู ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเป็นผู้หญิงมากขึ้น ราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าเป็นสีโทนอุ่นอยู่ได้นานมาก
เทคนิคการสระผมและความถี่ที่ทำให้สีอยู่นานขึ้น 1.5 เท่า

แม้จะเลือกแชมพูดีแค่ไหน ถ้าใช้ผิดวิธีผลลัพธ์ก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง ที่นี่เราจะบอกเทคนิคจากช่างมืออาชีพที่จะช่วยรักษาสีให้ได้สูงสุด
ความถี่ในการใช้ (หลังทำสีใหม่ vs ระยะดูแลรักษา)
เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากแชมพูรักษาสี สำคัญมากที่ต้องปรับความถี่ตามช่วงเวลา
【ตารางเวลาแนะนำ】
- หลังทำสีใหม่ – 1 สัปดาห์: ใช้ทุกวัน (ช่วยเม็ดสีติดทนขึ้น)
- สัปดาห์ที่ 1-3: ใช้ทุก 2 วัน (ช่วงสีคงตัว)
- สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป: ใช้ทุก 3 วัน (ช่วงบำรุงรักษาป้องกันสีซีด)
หลังทำสีใหม่เม็ดสียังไม่ติดทนกับผมอย่างสมบูรณ์ ช่วงนี้ถ้าใช้แชมพูรักษาสีอย่างต่อเนื่อง จะช่วยล็อกเม็ดสีไว้ภายในเส้นผมได้ดี
ในทางกลับกัน ถ้าใช้แชมพูรักษาสีทุกวันตลอดเวลา ผมอาจจะอิ่มตัวด้วยเม็ดสีจนเกินไป ทำให้สีดูไม่เป็นธรรมชาติหรือมัวเกินไป ควรพิจารณาใช้สลับกับแชมพูธรรมดาด้วย
“หมักผม 5 นาที” และการควบคุม pH เพื่อผลลัพธ์สูงสุด
เคลับลับที่จะทำให้แชมพูรักษาสีออกฤทธิ์เต็มที่คือ การหมักผม
【ขั้นตอนการสระผมที่ถูกต้อง】
- ล้างผมเบื้องต้น (1-2 นาที): ใช้น้ำอุ่นไม่เกิน 38 องศาล้างผมให้ทั่ว ขั้นตอนนี้จะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกได้ถึง 70% ทำให้แชมพูทำงานได้ดีที่สุด
- ทาแชมพู: เทใส่มือ ตีฟองเล็กน้อยก่อน แล้วกระจายให้ทั่วผม โดยเฉพาะปลายผมที่สีมักจะหลุดง่าย ให้ทาให้เข้าผมดีๆ
- หมักผม (1-5 นาที): ทิ้งฟองไว้บนผม กรณี KYOGOKU Blonde Shampoo แค่ 1-2 นาทีก็เห็นผลแล้ว แต่ถ้าต้องการผลที่แรงขึ้นแนะนำ 5 นาที สวมหมวกอาบน้ำจะช่วยให้อุ่นและเม็ดสีซึมดีขึ้น
- ล้างออก (2-3 นาที): ล้างให้สะอาดจากหนังศีรษะไปยังปลายผม เพื่อไม่ให้เม็ดสีค้างอยู่ การล้างไม่สะอาดจะทำให้เกิดปัญหาหนังศีรษะ โดยเฉพาะขอบผมและหลังหูต้องล้างให้ดี
- ทรีทเมนต์ปรับ pH: ใช้ทรีทเมนต์ที่ปรับค่า pH ให้อยู่ที่จุดไอโซอิเล็กทริกของผม (pH 4.5-5.5) จะช่วยกระชับชั้นคิวติเคิล ป้องกันเม็ดสีหลุดลอกออกมา
ทำไม pH จึงสำคัญ?
ผมจะอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเมื่ออยู่ในสภาวะกรดอ่อน (pH 4.5-5.5) ชั้นคิวติเคิลจะกระชับที่สุด แชมพูรักษาสีส่วนใหญ่มีค่า pH เป็นด่าง ถ้าทิ้งไว้ชั้นคิวติเคิลจะเปิดค้างอยู่ ทำให้เม็ดสีหลุดออกมาได้ง่าย
การใช้ทรีทเมนต์ที่มีฟังก์ชั่นปรับ pH หรือน้ำผสมกรดซิตริกในขั้นตอนสุดท้ายจะช่วยรักษาสีได้ดีขึ้นอย่างมาก
สิ่งที่ต้องระวังนอกจากแชมพู: “น้ำ” กับ “ความร้อน”
ความจริงแล้ว แม้จะใช้แชมพูดีแค่ไหน ถ้ามองข้ามคุณภาพน้ำและการจัดการความร้อน สีก็จะซีดเร็วอยู่ดี นี่คือประเด็นสำคัญที่หลายคนยังไม่รู้
คลอรีนในน้ำประปาทำให้เม็ดสีละลายออกมา
น้ำประปาในญี่ปุ่นมีคลอรีนผสมอยู่เพื่อฆ่าเชื้อ และคลอรีนนี้จะออกซิไดซ์และทำลายเม็ดสีจากการย้อมผม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของคลอรีนสูง สีจะซีดเร็วขึ้น
วิธีแก้ปัญหา:
- ติดตั้งหัวฝักบัวกรองน้ำ: เปลี่ยนเป็นหัวฝักบัวที่มีฟังก์ชั่นกำจัดคลอรีน มีข้อมูลว่าสีอยู่ได้นานขึ้น 1.2-1.5 เท่า ราคาลงทุนครั้งแรกประมาณ 5,000-10,000 บาท แต่ในระยะยาวคุ้มค่ากว่าค่าทำผมที่ร้าน
- ใช้วิตามินซีกลบล้างคลอรีน: สระผมด้วยน้ำที่ผสมผงวิตามินซีก่อนสระผมจะช่วยกลบล้างคลอรีนได้ นี่คือเทคนิคลับของช่างทำผม
ความเสียหายจากความร้อนของเครื่องม้วนและไดร์เป่าผม
ผมมิลค์ทีเบจผ่านการฟอกมาแล้ว ทำให้อ่อนแอต่อความร้อนมาก ความร้อนสูงจะทำลายชั้นคิวติเคิล เร่งให้เม็ดสีหลุดออกมา
วิธีดูแล:
- ตั้งไดร์เป่าผมที่อุณหภูมิต่ำ: ตั้งลมร้อนที่ 60-80 องศา และถือให้ห่างจากผมมากกว่า 20 ซม. ปิดท้ายด้วยลมเย็นจะช่วยกระชับชั้นคิวติเคิลและทำให้ผมเงางาม
- สเปรย์ป้องกันความร้อนจำเป็น: ก่อนใช้เครื่องม้วนผมต้องพ่นสเปรย์ที่มีส่วนผสมปกป้องจากความร้อน (ซิลิโคน, ไดเมทิโคน) ตั้งอุณหภูมิไม่เกิน 180 องศา
- เช็ดผมด้วยผ้าให้แห้ง: ผมเปียกชั้นคิวติเคิลจะเปิดอยู่และบอบบางมาก ใช้ผ้าเช็ดตัวหนีบซับน้ำอย่างนุ่มนวล ลดเวลาเป่าผมจะช่วยรักษาสีได้ดีขึ้น
มาตรการเรื่อง “น้ำและความร้อน” เหล่านี้สำคัญเท่ากับการเลือกแชมพู การดูแลอย่างครบวงจรจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับสีผมสวยจากซาลอนได้นานขึ้น
>>ดูแชมพูรักษาสีผมทุกประเภททั้งหมด
สรุป
สีมิลค์ทีเบจเป็นสีที่ละเอียดอ่อนและสวยงาม แต่ถ้าไม่ดูแลอย่างเหมาะสมก็จะซีดเร็ว อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณปฏิบัติตามการเลือกแชมพูที่ถูกต้องและวิธีดูแลจากมือโปรที่เราแนะนำ คุณจะสามารถรักษาสีผมโปร่งใสในอุดมคติได้นานขึ้นกว่า 1.5 เท่า
3 สิ่งที่เริ่มได้วันนี้:
- เลือกแชมพูรักษาสี 1 ขวดที่เหมาะกับผมคุณ: ถ้ากังวลเรื่องสีเขียวเลือก KYOGOKU Blonde, ถ้ากังวลเรื่องสีเหลืองเลือกสีม่วง, ถ้าต้องการเติมสีโดยรวมเลือกแชมพูเฉพาะสีเบจ
- สร้างนิสัยหมักผมและใช้ทรีทเมนต์ปรับ pH: หมักผม 1-5 นาทีจะเพิ่มการซึมของเม็ดสี และการปรับ pH จะกระชับชั้นคิวติเคิล ทำให้สีอยู่นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ถ้าทำได้ให้ติดตั้งหัวฝักบัวกรองน้ำและดูแลเรื่องความร้อนอย่างจริงจัง: การดูแลเรื่องน้ำและความร้อนสำคัญเท่ากับแชมพู แนวทางดูแลแบบครบวงจรจะปกป้องสีผมสวยของคุณ
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ:
สีมิลค์ทีเบจเป็นสีที่คนทุกวัยชื่นชอบ สำหรับคนหนุ่มสาวให้ความรู้สึกโปร่งใสและทันสมัย สำหรับผู้ใหญ่ช่วยปกปิดผมหงอกพร้อมให้ความรู้สึกหรูหรา การเลือกส่วนผสมบำรุงอย่างเคราตินและกรดไฮยาลูโรนิกจะช่วยให้คุณได้ทั้งสีสวยและผมสุขภาพดีไปพร้อมกัน
สีผมสวยที่คุณทำมาจากร้านมีค่ามาก ใช้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันช่วยยืดอายุความสวยงามนั้นให้ได้นานที่สุด เลือกแชมพูรักษาสีที่เหมาะกับคุณ และเพลิดเพลินกับสีมิลค์ทีเบจในฝันได้อย่างเต็มที่เลย
