MENU

แนะนำเคราติน 5 อันดับ! แบรนด์ไหนช่วยฟื้นฟูผมเสียได้ดีที่สุด?

แนะนำเคราติน 5 อันดับ! แบรนด์ไหนช่วยฟื้นฟูผมเสียได้ดีที่สุด?

本ページはプロモーションが含まれています

คุณกำลังประสบปัญหาผมแห้งเสีย ชี้ฟู ไร้ชีวิตชีวาอยู่หรือเปล่า? กุญแจสำคัญในการแก้ปัญหานี้คือ “เคราติน” นั่นเอง เคราตินเป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม การเสริมเคราตินจากภายนอกจึงช่วยซ่อมแซมผมที่เสียหายได้จากภายในสู่ภายนอก

สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ KYOGOKU Keratin Boost+ ผงเคราตินบริสุทธิ์ 100% ที่ใช้เทคโนโลยีนาโนซึมลึกถึงแกนกลางเส้นผม เพียงผสมกับทรีตเมนต์ที่คุณใช้อยู่ ก็สามารถเปลี่ยนการดูแลผมที่บ้านให้ได้ผลลัพธ์ระดับซาลอน

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักเคราตินตั้งแต่พื้นฐาน วิธีเลือกซื้อ ไปจนถึงแนะนำ 5 แบรนด์ยอดนิยม มาเปลี่ยนผมของคุณให้เปล่งประกายดุจ “เพชร” ไปด้วยกัน

目次

ทำไม “เคราติน” ถึงขาดไม่ได้ในการฟื้นฟูสภาพผม?

ทำไม "เคราติน" ถึงขาดไม่ได้ในการฟื้นฟูสภาพผม?

เส้นผมของเราประกอบด้วยโปรตีนเคราตินถึง 80-90% เคราตินนี่แหละคือต้นกำเนิดของความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความเงางามของเส้นผม

แต่ความเสียหายในชีวิตประจำวันกลับค่อยๆ พรากเคราตินไปจากเส้นผมของเรา

สาเหตุหลักที่ทำให้ผมเสีย

・สารเคมีจากการทำสีผมและดัดผม

・ความร้อนจากไดร์เป่าผมและเครื่องหนีบผม

・รังสี UV จากแสงแดด

・ความแห้งและการเสียดสีที่ทำลายเกล็ดผม

เมื่อผมได้รับความเสียหายเหล่านี้ เคราตินภายในจะไหลออกจนเส้นผมกลวงโบ๋ เปรียบได้กับโครงกระดูกที่เปราะบาง

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการเติมเคราตินจากภายนอกจึงสำคัญ การส่งเคราตินใหม่เข้าไปภายในเส้นผมจะช่วยคืนความแข็งแรงและความเงางามให้ผมกลับมาสวยดังเดิม

วิธีเลือกเคราตินทรีตเมนต์ให้ตรงจุด

การเลือกเคราตินทรีตเมนต์ที่ใช่ ต้องเลือกส่วนผสมให้ตรงกับปัญหาผมของคุณ มาดูกันว่าแต่ละปัญหาควรมองหาส่วนผสมอะไร

ปัญหาเส้นผมส่วนผสมแนะนำผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ความเสียหายจากความร้อน (ไดร์・เครื่องหนีบ)Hydrolyzed Keratin, Heat Protectantปกป้องผมจากความร้อน ซ่อมแซมความเสียหาย
ผมเสียจากการทำสี・ดัดAmino Acid, High-concentration Keratin, Vitamin Eซ่อมแซมภายใน รักษาสีผมให้ติดทนนาน
ผมชี้ฟู จัดทรงยากArgan Oil, สูตร Silicone-freeผมเรียบสลวย จัดทรงง่าย
ผมแห้ง ขาดความชุ่มชื้นBiotin, Moisturizing Ingredientsผมนุ่มลื่น ชุ่มชื้นจากภายใน

จุดสำคัญคือ อย่าเลือกแค่เพราะเขียนว่า “มีส่วนผสมของเคราติน” แต่ต้องดูความบริสุทธิ์และการซึมซาบของเคราตินด้วย โดยเฉพาะผงเคราตินบริสุทธิ์ 100% จะให้ผลลัพธ์ที่ซึมลึกถึงภายในเส้นผมได้ดีที่สุด

ทีมงานแนะนำ! เหตุผลที่ KYOGOKU Keratin Boost+ ได้รับความนิยม

KYOGOKU Keratin Boost+
KYOGOKU Keratin Boost+

ท่ามกลางเคราตินทรีตเมนต์มากมายในท้องตลาด ทำไม KYOGOKU Keratin Boost+ ถึงได้รับความสนใจ? คำตอบอยู่ที่แนวคิดสุดล้ำ “แค่ผสม ก็อัปเกรดการดูแลผมให้เป็นระดับซาลอน”

ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่อ้างว่า “มีส่วนผสมของเคราติน” แต่ KYOGOKU ทำได้ถึงระดับผงเคราตินบริสุทธิ์ 100% พร้อมเทคโนโลยีนาโนที่ซึมลึกไม่ใช่แค่ผิวนอก แต่ถึงแกนกลางเส้นผม

13 ข้อดีของ KYOGOKU Keratin Boost+

① ซ่อมแซมผมจากภายในด้วยเคราติน

  เคราตินเข้มข้นซึมลึกเข้าสู่เส้นผม ซ่อมแซมความเสียหายจากรากฐาน

② เสริมความแข็งแรงให้เส้นผม

  เสริมสร้างโครงสร้างผมจากภายใน ป้องกันผมขาดหลุดร่วงและปลายแตก

③ Diamond Effect

  ปรับเกล็ดผมให้เรียงสวย เปล่งประกายดุจเพชร

④ เทคโนโลยีการซึมซาบระดับนาโน

  เคราตินขนาดนาโนสเกลซึมลึกถึงแกนกลางเส้นผม

⑤ Hydro Balance

  รักษาสมดุลความชุ่มชื้นและน้ำมันในเส้นผมให้เหมาะสม

⑥ ชะลอวัยเส้นผม

  ชะลอความเสื่อมของเส้นผม คงความอ่อนเยาว์ไว้ได้นาน

⑦ ปกป้องจากปัจจัยภายนอก

  เสริมเกราะป้องกันผมจากรังสี UV และมลพิษ

⑧ สัมผัสนุ่มลื่นดุจผ้าไหม

  หลังใช้แล้วผมจะนุ่มลื่นเงางามเหมือนผ้าไหม

⑨ Active Release System

  ส่วนผสมจะค่อยๆ ปล่อยออกมาทีละน้อย ให้ผลลัพธ์ต่อเนื่องยาวนาน

⑩ ปราศจากซิลิโคนและพาราเบน

  สูตรอ่อนโยน ปลอดภัยแม้หนังศีรษะบอบบาง

⑪ ปกป้องจากรังสี UV

  ป้องกันสีผมซีดจางและความแห้งเสียจากแสงแดด

⑫ กลิ่นหอม Aromatherapy

  กลิ่นหอมผ่อนคลาย ดูแลผมไปพร้อมกับดูแลจิตใจ

⑬ ระบบให้ความชุ่มชื้นหลายชั้น

  ส่งความชุ่มชื้นไปยังทุกชั้นของเส้นผม คงความชุ่มชื้นตลอดวัน

วิธีใช้ง่ายมากๆ แค่ผสมผง KYOGOKU Keratin กับทรีตเมนต์ที่คุณใช้อยู่ประจำ เพียงเท่านี้ การดูแลผมที่บ้านก็เปลี่ยนเป็นระดับซาลอนได้ทันที

ถ้าจะเปรียบ การดูแลผมด้วยเคราตินก็เหมือนการซ่อมโครงเหล็กของตึก การทาสีใหม่ภายนอก (ครีมนวดทั่วไป) ไม่ได้ทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้น แต่นาโนเคราตินของ KYOGOKU คือการเทวัสดุใหม่เข้าไปในโครงเหล็กที่กลวง คืนความแข็งแรงและความเงางามให้ทั้งอาคาร

เปรียบเทียบ 5 แบรนด์เคราตินทรีตเมนต์ยอดนิยม

มาดูกันว่ามีเคราตินทรีตเมนต์ยอดนิยมแบรนด์ไหนบ้าง ตั้งแต่สินค้าในร้านสะดวกซื้อจนถึงสินค้าระดับซาลอน เปรียบเทียบราคาและจุดเด่นเพื่อเลือกตัวที่เหมาะกับคุณ

อันดับ 1KYOGOKU Keratin Boost+

ราคา: 390 บาท

จุดเด่น: ผงเคราตินบริสุทธิ์ 100%, เทคโนโลยีนาโน, ปราศจากซิลิโคนและพาราเบน

ทำไมต้องเลือก: ผสมกับทรีตเมนต์ที่มีอยู่ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ ความบริสุทธิ์และการซึมซาบเหนือกว่าผลิตภัณฑ์อื่นอย่างชัดเจน

อันดับ 2Olaplex No.3 Hair Perfector

ราคา: ประมาณ 900-1,050 บาท

จุดเด่น: เหมาะกับผมเสียจากการฟอก, เทคโนโลยีจากซาลอน

อันดับ 3Kerastase Resistance Therapiste

ราคา: ประมาณ 1,300-1,550 บาท

จุดเด่น: แบรนด์ระดับซาลอนหรู, เน้นการบำรุงเข้มข้น

อันดับ 4Lolane Keratin Treatment

ราคา: ประมาณ 200-300 บาท

จุดเด่น: แบรนด์ยอดนิยมในไทย, หาซื้อง่ายตามร้านขายยา, ราคาเข้าถึงง่าย

อันดับ 5Tresemme Keratin Smooth

ราคา: ประมาณ 300-400 บาท

จุดเด่น: ลดการชี้ฟู, คุ้มค่าคุ้มราคา

สรุปการเปรียบเทียบสิ่งที่ทำให้ KYOGOKU Keratin Boost+ โดดเด่นคือ “ความบริสุทธิ์” และ “ความยืดหยุ่นในการใช้งาน” ผลิตภัณฑ์อื่นเป็นทรีตเมนต์สำเร็จรูป แต่ KYOGOKU เป็นผงเคราตินบริสุทธิ์ 100% ที่อัปเกรดผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่คุณชื่นชอบให้ดียิ่งขึ้นได้ ในราคาเพียง 390 บาท ความคุ้มค่าเหนือกว่าตัวอื่นอย่างชัดเจน

วิธีใช้เคราตินให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

วิธีใช้เคราตินให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

แม้จะมีเคราตินทรีตเมนต์ดีแค่ไหน แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี ผลลัพธ์ก็ลดลงครึ่งหนึ่ง มาดูเคล็ดลับที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดกัน

วิธีใช้พื้นฐาน

① หลังสระผม เช็ดผมให้หมาดด้วยผ้าขนหนู

② ผสมผง KYOGOKU Keratin ลงในทรีตเมนต์ในปริมาณที่เหมาะสม

③ ทาบริเวณปลายผมเป็นหลัก แล้วใช้หวีสางให้ทั่ว

④ ทิ้งไว้ 5-10 นาทีเพื่อให้ซึมซาบ (ห่อด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นจะดียิ่งขึ้น)

⑤ ล้างออกให้สะอาด เสร็จเรียบร้อย

เคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพ

・ใช้เป็น Special Care สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

・ทาซ้ำบริเวณที่เสียหายมาก

・บำรุงเข้มข้นก่อนและหลังทำสีหรือดัดผม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เคราตินยืดผม กับ ทรีตเมนต์ ต่างกันอย่างไร?

เคราตินยืดผมเป็นการยืดผมให้ตรง ต้องทำที่ซาลอน ส่วนเคราตินทรีตเมนต์เป็นการบำรุงเส้นผม ทำเองที่บ้านได้ง่ายๆ ถ้าอยากได้ “ผมตรง” เลือกยืดผม ถ้าอยาก “ซ่อมแซมผมเสีย” เลือกทรีตเมนต์

ใช้ทุกวันได้ไหม? “Protein Overload” คืออะไร?

การให้เคราติน (โปรตีน) มากเกินไปจะทำให้ผมแข็งกระด้าง เรียกว่า “Protein Overload” การใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ ความสมดุลของน้ำและน้ำมันก็สำคัญ ควรใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นด้วย

ดูแลเองที่บ้าน กับ ไปซาลอน อันไหนคุ้มกว่า?

สำหรับการดูแลเป็นประจำ ทำเองที่บ้านคุ้มกว่าแน่นอน เคราตินทรีตเมนต์ที่ซาลอนอาจราคา 1,000-3,500 บาทต่อครั้ง แต่ KYOGOKU Keratin Boost+ ราคาเพียง 390 บาท ใช้ได้หลายครั้ง และได้ผลลัพธ์ระดับซาลอน วันสำคัญไปซาลอน วันปกติดูแลเองที่บ้าน นี่คือทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

สรุป: เปลี่ยนผมให้เปล่งประกายดุจเพชรด้วย KYOGOKU

ปัญหาผมแห้งเสียสามารถแก้ไขได้ด้วยการเติมเคราตินอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะ KYOGOKU Keratin Boost+ ที่มีความบริสุทธิ์ 100% ใช้เทคโนโลยีนาโนซึมลึกถึงแกนกลางเส้นผม ซ่อมแซมความเสียหายจากภายใน

ปราศจากซิลิโคนและพาราเบน อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ แค่ผสมกับทรีตเมนต์ที่ใช้อยู่ ก็ได้ประโยชน์ครบ 13 ข้อ เปลี่ยนผมของคุณให้เปล่งประกายดุจเพชร

ถ้าคุณอยาก “รักษาความสวยเหมือนเพิ่งออกจากซาลอนได้ทุกวัน” หรือ “อยากซ่อมแซมผมเสียอย่างจริงจัง” ลอง KYOGOKU Keratin Boost+ ดูสิ

▼ ดู KYOGOKU Keratin Boost+ เลย ▼

KYOGOKU Professional Thailand
KYOGOKU Professional Thailand — ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเส้นผมอันดับ 1 จากญี่ปุ่น KYOGOKU Professional Thailand — แบรนด์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น สร้างสรรค์โดยช่างผมอันดับ 1 ของโลก ผลิตภัณฑ์เคราตินทรีทเม้นท์ แชมพูรักษาสี และออยล์บำรุง...

ตอนนี้เพียง 390 บาท เริ่มต้นดูแลผมระดับซาลอนได้เลย!

喜歡卡雅仕的話,就分享給朋友吧!
  • URLをコピーしました!
  • URLをコピーしました!
目次