หลังจากฟอกผมหรือทำสีโทนสว่าง ๆ เคยไหมที่ผมเริ่มเหลืองขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
สีแอชหรือเกรจที่ตั้งใจทำไว้ กลับดูหมองและไม่น่าดูไปเสียอย่างนั้น
แชมพูม่วง (Purple Shampoo) คือไอเทมตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้
เม็ดสีม่วงจะทำหน้าที่หักล้างโทนเหลือง ช่วยให้สีผมดูใส สวย และคงความเย็นได้นานขึ้น
บทความนี้ได้รวบรวมแชมพูม่วงแนะนำล่าสุด 10 อันดับ
พร้อมอธิบายวิธีใช้ที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผลสูงสุด
รวมถึงเคล็ดลับการเลือกแชมพูม่วงแบบไม่พลาด เหมาะกับสภาพผมของคุณ
ให้คุณคงสีผมสวยแบบเพิ่งออกจากซาลอนได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
แชมพูม่วงคืออะไร? ทำไมถึงช่วยลดผมเหลืองได้

แชมพูม่วงคือแชมพูสูตรพิเศษที่มีเม็ดสีม่วงผสมอยู่
หลักการทำงานอ้างอิงจาก “วงล้อสี (Color Wheel)”
ซึ่งเป็นแนวคิดที่สีตรงข้ามกันจะสามารถหักล้างกันได้
สีม่วงกับสีเหลืองเป็นสีคู่ตรงข้ามกัน
เมื่อใช้แชมพูม่วง เม็ดสีม่วงจะช่วยลดและกลบโทนเหลือง
ทำให้สีผมกลับมาดูใส สะอาด และสวยเหมือนใหม่อีกครั้ง
หลังการฟอกหรือทำสี เม็ดสีเมลานินในเส้นผมจะค่อย ๆ สลาย
ส่งผลให้โทนเหลืองหรือส้มเริ่มเด่นชัดขึ้น
เนื่องจากโครงสร้างเคราตินภายในเส้นผมเปลี่ยนไป
ทำให้การสะท้อนแสงของเส้นผมต่างจากเดิม
เม็ดสีม่วงในแชมพูม่วงจะช่วยปรับสมดุลสีเหล่านี้
ช่วยคงโทนเย็นอย่าง แอช เทา หรือซิลเวอร์ ให้อยู่ได้นานขึ้น
ข้อดีสำคัญคือ สามารถปรับสีผมได้ขณะสระ
โดยไม่ทำร้ายเส้นผมเหมือนการทำสี
ช่วยลดความถี่ในการเข้าร้านทำผม และลดภาระต่อเส้นผมในระยะยาว
ความแตกต่างระหว่างแชมพูทั่วไปกับแชมพูม่วง และข้อดีที่ควรรู้
แชมพูทั่วไปมีหน้าที่หลักคือ “ทำความสะอาด”
แต่แชมพูม่วงถูกออกแบบมาเพื่อ “ปรับและรักษาโทนสีผม”
นอกจากการชำระล้างแล้ว
ยังช่วยเติมเม็ดสีให้กับผมที่เริ่มซีดจาง
ทำให้สีผมดูสดและมีมิติมากขึ้น
ข้อดีหลักของแชมพูม่วง ได้แก่
- สีผมติดทนนานขึ้น
จากปกติที่สีจางใน 2–3 สัปดาห์ สามารถยืดได้ถึง 4–6 สัปดาห์ - ประหยัดค่าใช้จ่ายร้านทำผม
ลดความถี่จากเดือนละครั้ง เหลือประมาณ 2 เดือนครั้ง - ดูแลเองได้ง่ายที่บ้าน
ไม่ต้องมีทักษะพิเศษ แค่สระผมก็ช่วยปรับสีได้ - ลดความเสียหายของเส้นผม
ไม่เกิดปฏิกิริยาเคมีรุนแรงเหมือนการทำสี
นอกจากนี้ แชมพูม่วงหลายสูตรยังผสมสารบำรุง
เช่น สารให้ความชุ่มชื้นและสารฟื้นฟูผมเสีย
จึงช่วยบำรุงผมไปพร้อมกับการดูแลสีผมได้ในขั้นตอนเดียว
วิธีเลือกแชมพูม่วงให้ไม่พลาด: 4 เกณฑ์สำคัญ
แชมพูม่วงมีให้เลือกหลากหลายแบบ
การเลือกให้เหมาะกับสภาพผมและผลลัพธ์ที่ต้องการจึงสำคัญมาก
สามารถพิจารณาจาก 4 เกณฑ์ต่อไปนี้
1. ความเข้มข้นของสารต้านเหลือง
- ความเข้มของเม็ดสีม่วงมีผลต่อประสิทธิภาพโดยตรง
- มือใหม่ควรเริ่มจากสูตรความเข้มข้นปานกลาง
- หากผมเหลืองมาก ให้เลือกสูตรเข้มข้นสูง
- มองหาคำว่า “Anti-Yellow” หรือ “Neutralize Yellow”
2. ส่วนผสมบำรุงผม
- เคราติน: เติมโครงสร้างผม เพิ่มความแข็งแรง
- วิตามิน B5 (แพนทีนอล): ให้ความชุ่มชื้น ผมนุ่มลื่น
- Bond Builder: ฟื้นฟูพันธะภายในเส้นผม
- สูตรไม่มีซัลเฟต: อ่อนโยน ลดผมแห้งเสีย
3. เนื้อผลิตภัณฑ์
- แบบโฟม: ใช้ง่าย กระจายตัวดี เหมาะกับมือใหม่
- แบบครีม: เกาะผมดี ควบคุมเวลาได้ เหมาะกับผู้มีประสบการณ์
- แบบเจล: เนื้อบางเบา เหมาะกับผมยาว
4. ความสะดวกของบรรจุภัณฑ์
- ขวดปั๊ม: ใช้ง่ายด้วยมือเดียว เหมาะในห้องน้ำ
- หลอด: ควบคุมปริมาณได้ดี พกพาสะดวก
- ปริมาณ: หากใช้สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ขนาด 300 มล. ใช้ได้ประมาณ 2 เดือน
การเลือกแชมพูม่วงที่ดี
คือการพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่แค่ราคา
เมื่อเลือกได้เหมาะกับสภาพผม ผลลัพธ์ที่ได้จะต่างอย่างชัดเจน
แชมพูม่วงยอดนิยม 10 อันดับ (จัดอันดับล่าสุด)
เราคัดเลือกแชมพูม่วงที่แนะนำล่าสุด โดยอ้างอิงจากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม
และรีวิวจากผู้ใช้จริง พร้อมจัดอันดับให้เห็นภาพชัดเจน
อันดับ|ชื่อสินค้า|ราคา|ปริมาณ|ส่วนผสมหลัก|เหมาะกับสีผม|จุดเด่น
| อันดับ | ชื่อสินค้า | ราคา (บาท) | ปริมาณ | ส่วนผสมหลัก | เหมาะกับสีผม | จุดเด่น |
| 1 | KYOGOKU PRO Purple Shampoo | 550 บาท | 200 มล. | เฮมาทิน, เคราตินไฮโดรไลซ์ | แอช, เทา, ซิลเวอร์ | คุณภาพระดับซาลอน ฟื้นฟูและปรับสีไปพร้อมกัน |
| 2 | L’Oréal Silver Shampoo | 360 บาท | 300 มล. | เคราติน, วิตามิน B5 | แอช, เทา | เม็ดสีม่วงเข้ม ลดเหลืองได้ชัด |
| 3 | Schwarzkopf Goodbye Yellow | 440 บาท | 250 มล. | แพนทีนอล, ป้องกันรังสี UV | บลอนด์, ไฮโทน | สีติดทนระดับซาลอน |
| 4 | Lorraine Platinum Shampoo | 300 บาท | 350 มล. | น้ำมันมะพร้าว | ซิลเวอร์, แพลตินัม | คุ้มค่า ฟองเยอะ ใช้ง่าย |
| 5 | N. Color Shampoo Purple | 480 บาท | 320 มล. | เชียบัตเตอร์, อาร์แกนออยล์ | แอชทุกเฉด | ชุ่มชื้นสูง เพิ่มความเงางาม |
| 6 | Fiole Qualucia | 400 บาท | 250 มล. | เฮมาทิน, เคราติน | ผมเสีย | ซ่อมแซมล้ำลึก ผมนุ่ม |
| 7 | Moroccanoil Blonde Perfect | 640 บาท | 250 มล. | อาร์แกนออยล์ | บลอนด์ | กลิ่นหรู เนื้อสัมผัสดี |
| 8 | Ares Color Purple Shampoo | 240 บาท | 200 มล. | ไฮยาลูรอน | มือใหม่ | อ่อนโยน ใช้ได้ทุกวัน |
| 9 | La Sana Purple Shampoo | 560 บาท | 230 มล. | สารสกัดจากสาหร่าย | ผมเสียมาก | ความชุ่มชื้นระดับเซรั่ม |
| 10 | Promaster Color Care | 380 บาท | 200 มล. | ไหมไฮโดรไลซ์ | ผิวแพ้ง่าย | สูตรไม่มีซัลเฟต |
อันดับ 1: KYOGOKU PRO Purple Shampoo


แชมพูม่วงสูตรมืออาชีพที่พัฒนาโดยช่างทำผม
ผสาน เฮมาทิน + เคราตินไฮโดรไลซ์ ช่วยปรับสีและซ่อมแซมโครงสร้างผมจากภายใน
เม็ดสีม่วงเข้มช่วยลดเหลืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ยังคงความนุ่มลื่นเหมือนเพิ่งออกจากซาลอน
ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผมฟอกเสียหนักและสีซิลเวอร์
แม้ราคาสูงเล็กน้อย แต่ใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง อยู่ได้นานราว 2 เดือน
ถือว่าคุ้มค่าในระยะยาว
อันดับ 2: Schwarzkopf Goodbye Yellow
แชมพูม่วงระดับซาลอนที่ขายดีต่อเนื่อง
มีสารป้องกันรังสี UV ช่วยลดสีซีดจากแสงแดด
ฟองเนียน เกลี่ยง่าย สีสม่ำเสมอ ไม่เป็นด่าง
อันดับ 3: Lorraine Platinum Shampoo
ตัวเลือกคุ้มราคาที่โดดเด่น
ปริมาณ 350 มล. ในราคาเข้าถึงง่าย
ผสมน้ำมันมะพร้าว ให้ผมนุ่ม ชุ่มชื้น
เหมาะกับการใช้ต่อเนื่องทุกสัปดาห์
อันดับ 4: N. Color Shampoo Purple
แบรนด์ยอดนิยมในโซเชียล
เชียบัตเตอร์ + อาร์แกนออยล์ ให้ผมเงางาม
กลิ่นหรู ใช้แล้วรู้สึกเหมือนสปาผมที่บ้าน
อันดับ 5: Fiole Qualucia
เน้นการฟื้นฟูเป็นพิเศษ
เหมาะกับผมที่เสียจากการฟอก
เนื้อครีมควบคุมเวลาแช่ได้ง่าย เหมาะกับผู้มีประสบการณ์
วิธีใช้แชมพูม่วงให้ได้ผลดีที่สุด (แนะนำโดยช่างผม)
ขั้นตอนที่ 1: สระล้างเบื้องต้น
ใช้แชมพูปกติล้างสิ่งสกปรกและความมันออกก่อน
ช่วยให้เม็ดสีม่วงซึมเข้าสู่เส้นผมได้ดีขึ้น
ขั้นตอนที่ 2: ซับน้ำออกเล็กน้อย
อย่าให้ผมเปียกจนเกินไป เพราะจะทำให้สีเจือจาง
ขั้นตอนที่ 3: ชโลมแชมพูม่วงให้ทั่ว
เน้นบริเวณปลายผมและส่วนที่เหลืองง่าย
นวดเบา ๆ ให้กระจายสม่ำเสมอ
ขั้นตอนที่ 4: ทิ้งไว้ให้สีซึม
สวมหมวกอาบน้ำ ทิ้งไว้ 3–15 นาที (ตามคำแนะนำสินค้า)
ขั้นตอนที่ 5: ล้างออกให้สะอาด
ล้างจนกว่าน้ำจะใส เพื่อป้องกันการติดสีม่วง
ขั้นตอนที่ 6: บำรุงด้วยทรีตเมนต์
เติมความชุ่มชื้นและลดความแห้งตึงของเส้นผม
เวลาแช่และความถี่ที่เหมาะสม
เวลาแช่
- ครั้งแรก: 3–5 นาที
- ดูแลปกติ: 5–10 นาที
- เหลืองมาก: 10–15 นาที (ไม่เกินที่กำหนด)
ความถี่
- ปกติ: สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
- ผมเหลืองง่าย: 2–3 ครั้ง
- หลังทำสีใหม่: สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอ
ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวัน เพราะอาจทำให้ผมแห้งหรือสีเพี้ยนได้
ป้องกันผมแห้งแข็งหลังใช้แชมพูม่วง
สาเหตุหลักมาจากการเปิดเกล็ดผมและการปรับค่า pH
สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- เลือกสูตรที่มี Bond Builder
- ใช้มาสก์บำรุงเข้มข้น สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
- เลือกสูตร Sulfate-Free
- ใช้น้ำมันบำรุงก่อนเป่าผม
- เป่าด้วยลมอุณหภูมิต่ำ
เคล็ดลับมือโปร:
ใช้ “Toning Drops” ผสมกับแชมพูหรือทรีตเมนต์ที่ใช้อยู่
ควบคุมสีได้ยืดหยุ่นและลดความแห้ง
ควรเลือก “ม่วง” หรือ “น้ำเงิน” ดี?
แชมพูม่วง เหมาะกับ
- ผมเหลือง
- แอช, เทา, ซิลเวอร์, เกรจ
แชมพูน้ำเงิน เหมาะกับ
- ผมติดส้ม
- น้ำตาล, แดง, มัตต์, โอลีฟ
ถ้าเหลือง → ม่วง
ถ้าส้ม/แดง → น้ำเงิน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ผมหงอกใช้ได้ไหม? ได้ และแนะนำมาก ใช้สัปดาห์ละครั้ง แช่ 3–5 นาที
-
ได้ และแนะนำมาก ใช้สัปดาห์ละครั้ง แช่ 3–5 นาที
- ห้องน้ำจะเปื้อนไหม?
-
ไม่ หากล้างออกทันที
- ผมสั้นผู้ชายใช้ได้ไหม?
-
ได้ผลดี และใช้ปริมาณน้อย คุ้มมาก
- ต่างจากคัลเลอร์ทรีตเมนต์อย่างไร?
-
แชมพูม่วง = ปรับสีอย่างเป็นธรรมชาติ
คัลเลอร์ทรีตเมนต์ = เน้นย้อมสี
ดูแลตามสภาพแวดล้อมเพื่อให้สีติดทนนานขึ้น
- ก่อนลงทะเล/สระ: ชโลมน้ำจืด + ออยล์
- ช่วงแดดแรง: ใช้ผลิตภัณฑ์กัน UV
- น้ำกระด้าง: ใช้ฟิลเตอร์ + คลาริฟายอิงสัปดาห์ละครั้ง
- อากาศแห้ง: ใช้ลีฟอิน + เพิ่มความชื้นในห้อง
สรุป: รักษาสีผมสวยด้วยแชมพูม่วง
แชมพูม่วงคือไอเทมจำเป็นสำหรับคนทำสีสว่าง
ช่วยลดเหลือง คงความใส และยืดอายุสีผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลือกให้เหมาะ ใช้ให้ถูกวิธี และดูแลเสริมตามสภาพแวดล้อม
คุณก็สามารถรักษาสีผมสวยระดับซาลอนได้ง่าย ๆ ที่บ้านวันนี้ลองเลือก 1 ขวดจากลิสต์นี้
แล้วเริ่มดูแลสีผมของคุณให้สวยขึ้นอีกขั้นได้เลย
