MENU

เกี่ยวกับ วิธีทำสีผมเอง

本ページはプロモーションが含まれています

สวัสดีค่ะ! ในยุคที่การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ การทำสีผมเองที่บ้านได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแล้ว ยังให้คุณได้ทดลองสีสันใหม่ๆ ได้ตามใจต้องการ บทความนี้จาก KYOGOKU Professional จะมาแนะนำ “วิธีทำสีผมเอง” อย่างละเอียด ตั้งแต่การเตรียมตัวไปจนถึงการดูแลหลังทำสี เพื่อให้คุณได้สีผมสวยดุจมืออาชีพ พร้อมเคล็ดลับพิเศษที่หาไม่ได้จากที่อื่นค่ะ


วิธีทำสีผมเองให้สวยเป๊ะเหมือนออกจากซาลอน: คู่มือฉบับสมบูรณ์ปี 2026

การทำสีผมเองที่บ้านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากคุณมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจทุกแง่มุมของการทำสีผมเอง เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและผมสวยสุขภาพดี

ทำความรู้จักประเภทของน้ำยาทำสีผม: เลือกแบบไหนดี?

คำถาม: น้ำยาทำสีผมมีกี่ประเภท และควรเลือกใช้แบบไหนดีสำหรับการทำสีผมเอง?

การทำความเข้าใจประเภทของน้ำยาทำสีผมเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพื่อให้คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผมและความต้องการของคุณได้ น้ำยาทำสีผมแบ่งออกเป็นหลายประเภทหลักๆ ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความคงทนที่แตกต่างกัน

* สีผมชั่วคราว (Temporary Hair Color):

* คือ: สีที่เคลือบอยู่บนพื้นผิวเส้นผมเท่านั้น ไม่ซึมเข้าสู่แกนผม

* คุณสมบัติ: ล้างออกง่ายด้วยการสระผมเพียงครั้งเดียวหรือสองครั้ง มักมาในรูปแบบสเปรย์ ชอล์ก หรือมาสคาร่า

* เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสีผมชั่วคราวเพื่อออกงาน หรือทดลองสีใหม่ๆ ก่อนตัดสินใจทำสีถาวร

* ข้อดี: ไม่ทำลายเส้นผม, เปลี่ยนสีได้บ่อย

* ข้อเสีย: สีไม่ชัดเจนบนผมเข้ม, ไม่ปกปิดผมขาว

* สีผมกึ่งถาวร (Semi-Permanent Hair Color):

* คือ: สีที่ซึมเข้าสู่ชั้นนอกของเส้นผม (Cuticle) ไม่มีการใช้สารเคมีเปิดเกล็ดผม

* คุณสมบัติ: ติดทนนานประมาณ 4-8 สัปดาห์ หรือประมาณ 6-12 ครั้งของการสระผม สีจะค่อยๆ จางลง

* เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเพิ่มประกายสีผม, ปรับโทนสีผมเดิม, หรือปกปิดผมขาวเล็กน้อยโดยไม่ต้องการสารเคมีรุนแรง

* ข้อดี: อ่อนโยนต่อเส้นผม, ไม่มีแอมโมเนีย, ให้ความเงางาม

* ข้อเสีย: ไม่สามารถทำให้ผมสว่างขึ้นได้, ไม่ปกปิดผมขาวได้สนิท

* สีผมถาวร (Permanent Hair Color):

* คือ: สีที่ใช้สารเคมี (เช่น แอมโมเนียและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์) เปิดเกล็ดผม (Cuticle) เพื่อให้เม็ดสีซึมเข้าสู่แกนผม (Cortex) และเปลี่ยนสีผมได้อย่างถาวร

* คุณสมบัติ: ติดทนนานจนกว่าผมจะงอกใหม่ หรือจนกว่าจะมีการทำสีใหม่ ทนทานต่อการสระผม

* เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสีผมอย่างชัดเจน, ปกปิดผมขาวได้อย่างสมบูรณ์, หรือต้องการสีผมที่คงทน

* ข้อดี: ให้สีที่ชัดเจนและติดทน, ปกปิดผมขาวได้ดี, สามารถทำให้ผมสว่างขึ้นได้

* ข้อเสีย: มีสารเคมีที่อาจทำลายเส้นผมหากทำไม่ถูกวิธี, ต้องระวังเรื่องอาการแพ้

* สีผมกึ่งถาวรแบบเข้มข้น (Demi-Permanent Hair Color):

* คือ: คล้ายกับสีผมกึ่งถาวร แต่มีการใช้ Developer ในปริมาณน้อยเพื่อช่วยให้เม็ดสีซึมเข้าสู่เกล็ดผมได้ลึกขึ้นเล็กน้อย

* คุณสมบัติ: ติดทนนานกว่าสีผมกึ่งถาวรเล็กน้อย (ประมาณ 20-28 ครั้งของการสระผม) สีจะจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

* เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการปรับโทนสีผม, เพิ่มความเงางาม, หรือปกปิดผมขาวเล็กน้อยถึงปานกลาง

* ข้อดี: อ่อนโยนกว่าสีถาวร, ไม่มีแอมโมเนีย, ให้สีที่ดูเป็นธรรมชาติ

* ข้อเสีย: ไม่สามารถทำให้ผมสว่างขึ้นได้มากเท่าสีถาวร

คำแนะนำจาก KYOGOKU: สำหรับผู้ที่ทำสีผมเองที่บ้านครั้งแรก หรือต้องการความปลอดภัยสูงสุด ควรพิจารณาใช้สีผมกึ่งถาวรหรือสีผมกึ่งถาวรแบบเข้มข้นก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากการทำลายเส้นผม หากคุณต้องการสีที่ติดทนนานและปกปิดผมขาวได้ดี สีผมถาวรก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ต้องระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

การเตรียมตัวก่อนทำสีผมเอง

คำถาม: ก่อนเริ่มทำสีผมเอง ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด?

การเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจสำคัญของการทำสีผมเองให้ประสบความสำเร็จและลดความเสียหายต่อเส้นผม การเตรียมตัวอย่างถูกต้องจะช่วยให้สีติดสม่ำเสมอและผมยังคงสุขภาพดี

* สภาพเส้นผมที่เหมาะสม:

* ไม่ควรสระผมก่อนทำสี: ควรปล่อยให้ผมสกปรกเล็กน้อย (ประมาณ 1-2 วันหลังสระ) เพราะน้ำมันธรรมชาติบนหนังศีรษะจะช่วยปกป้องหนังศีรษะจากสารเคมี และช่วยให้สีติดทนขึ้น

* ผมต้องแห้งสนิท: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผมแห้งสนิทก่อนเริ่มทำสี เพราะน้ำจะเจือจางน้ำยาทำสีและทำให้สีไม่สม่ำเสมอ

* อย่ามองข้าม! วิธีทดสอบอาการแพ้ก่อนทำสีผม:

* ความสำคัญ: การทดสอบอาการแพ้ (Patch Test) เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดที่คุณไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันปฏิกิริยาแพ้ที่รุนแรงต่อสารเคมีในน้ำยาทำสีผม ซึ่งอาจทำให้เกิดผื่นแดง คัน บวม หรือแม้กระทั่งอาการแพ้รุนแรงถึงขั้นอันตราย

* วิธีทดสอบ:

1. เตรียมน้ำยาทำสีผมในปริมาณเล็กน้อยตามคำแนะนำ

2. ทาลงบนผิวหนังบริเวณเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ เช่น หลังใบหู หรือข้อพับแขนด้านใน

3. ทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ล้างออก

4. หากไม่มีอาการแพ้ เช่น ผื่นแดง คัน บวม หรือแสบร้อน แสดงว่าคุณสามารถใช้น้ำยาทำสีผมนั้นได้

* คำแนะนำ: แม้คุณจะเคยใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดิมมาก่อน ก็ควรทดสอบอาการแพ้ทุกครั้ง เพราะส่วนผสมอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือสภาพร่างกายของคุณอาจเปลี่ยนไป

* เตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ป้องกัน:

* พื้นที่: เลือกพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และปูผ้าพลาสติกหรือกระดาษหนังสือพิมพ์เพื่อป้องกันสีเปื้อน

* เสื้อผ้า: สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ไม่กลัวเปื้อน หรือหาผ้าคลุมไหล่สำหรับทำสีผม

* ผิวหนัง: ทาปิโตรเลียมเจล หรือครีมบำรุงผิวหนาๆ บริเวณไรผม หน้าผาก ใบหู และต้นคอ เพื่อป้องกันสีติดผิว

อุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับการทำสีผมเอง

คำถาม: มีอุปกรณ์อะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการทำสีผมเองที่บ้าน?

การมีอุปกรณ์ที่ครบครันจะช่วยให้การทำสีผมเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม

* ชุดน้ำยาทำสีผม: เลือกยี่ห้อและสีที่ต้องการ (มักจะมาพร้อมถุงมือและครีมนวดหลังทำสี)

* ถุงมือ: สำคัญมากสำหรับป้องกันสารเคมีสัมผัสผิวหนัง (มักมีมาให้ในกล่อง แต่ควรมีสำรองเผื่อขาด)

* แปรงย้อมผมและถ้วยผสม: สำหรับผสมน้ำยาและทาลงบนผมได้อย่างแม่นยำ

* หวีซี่ห่าง: สำหรับแบ่งผมและช่วยเกลี่ยสีให้ทั่วถึง

* กิ๊บแบ่งผม: สำหรับแบ่งผมเป็นช่อๆ เพื่อให้ทำสีได้ง่ายขึ้น

* ผ้าคลุมไหล่/ผ้ากันเปื้อน: ป้องกันเสื้อผ้าเปื้อน

* นาฬิกาจับเวลา: สำหรับจับเวลาตามที่ระบุในคู่มือ

* กระจกสองบาน: กระจกบานใหญ่ด้านหน้า และกระจกเล็กด้านหลัง เพื่อให้มองเห็นทั่วถึง

* ปิโตรเลียมเจล/ครีมบำรุงผิว: สำหรับทาป้องกันสีติดผิว

* ผ้าขนหนูเก่า: สำหรับเช็ดทำความสะอาด

* ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมหลังทำสี: แชมพูและครีมนวดสำหรับผมทำสี (KYOGOKU Professional มีผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมหลังทำสีที่ช่วยรักษาสีผมให้ติดทนและบำรุงผมให้แข็งแรง)

ขั้นตอนการทำสีผมเองอย่างละเอียด

คำถาม: มีขั้นตอนการทำสีผมเองอย่างไรบ้างเพื่อให้ได้สีที่สม่ำเสมอและสวยงาม?

การทำสีผมเองต้องทำตามขั้นตอนอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสียหายต่อเส้นผม

ขั้นตอนการทำสีผมเอง

  1. อ่านคู่มือและเตรียมตัว: อ่านคู่มือการใช้งานของผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่คุณเลือกอย่างละเอียด ทำการทดสอบอาการแพ้ และเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม

  2. แบ่งผม: ใช้หวีซี่ห่างแบ่งผมออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ (หน้า 2 ส่วน, หลัง 2 ส่วน) โดยใช้กิ๊บหนีบไว้ การแบ่งผมจะช่วยให้คุณสามารถลงสีได้อย่างทั่วถึงและเป็นระเบียบ

  3. ผสมน้ำยา: สวมถุงมือ ผสมน้ำยาทำสีผมตามคำแนะนำในคู่มือ โดยเทส่วนผสมทั้งหมดลงในถ้วยผสมและคนให้เข้ากันดี (บางยี่ห้ออาจให้ผสมในขวดบีบ)

  4. ทาสี:

    • สำหรับผู้ที่ทำสีผมครั้งแรกหรือเปลี่ยนสีผมทั้งศีรษะ: เริ่มต้นทาสีจากโคนผมที่งอกใหม่ (หากมี) หรือจากส่วนกลางของเส้นผมไปจนถึงปลายผม โดยเว้นโคนผมไว้ประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพราะความร้อนจากหนังศีรษะจะทำให้สีติดเร็วกว่าส่วนอื่น ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (ตามคำแนะนำ) จากนั้นค่อยทาสีที่โคนผมและเกลี่ยให้ทั่วทั้งศีรษะ
    • สำหรับผู้ที่เติมโคนผม: ทาสีเฉพาะบริเวณโคนผมที่งอกใหม่เท่านั้น โดยพยายามอย่าให้สีไปติดส่วนปลายผมที่เคยทำสีมาแล้ว

    เทคนิคการทาสี: ใช้แปรงย้อมผมตักน้ำยาและทาลงบนผมทีละช่อเล็กๆ โดยเริ่มจากด้านหลังศีรษะขึ้นมาด้านบน และจากนั้นจึงทำด้านหน้า ใช้หวีซี่ห่างช่วยเกลี่ยสีให้ทั่วถึง

  5. จับเวลา: เมื่อทาสีทั่วทั้งศีรษะแล้ว ให้จับเวลาตามที่ระบุในคู่มือ (โดยทั่วไปประมาณ 20-45 นาที) ห้ามทิ้งไว้นานเกินไป เพราะอาจทำให้ผมเสียได้

  6. ล้างออก: เมื่อครบกำหนดเวลา ให้ล้างผมด้วยน้ำเปล่าจนกว่าน้ำจะใส (ไม่มีสี) โดยไม่ต้องใช้แชมพูในขั้นตอนนี้

  7. ลงครีมนวดบำรุง: ชโลมครีมนวดผมที่มาพร้อมกับชุดทำสี หรือครีมนวดสำหรับผมทำสีของ KYOGOKU Professional ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

  8. เช็ดและเป่าผม: ซับผมด้วยผ้าขนหนูอย่างเบามือ แล้วเป่าผมให้แห้งด้วยลมเย็นหรือลมปานกลาง เพื่อลดความร้อนที่อาจทำลายเส้นผม

เคล็ดลับจาก KYOGOKU: หากคุณมีผมหนาหรือยาว ควรซื้อน้ำยาทำสีผม 2 กล่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามีปริมาณเพียงพอสำหรับการทำสีทั่วทั้งศีรษะ

เทคนิคการทำสีผมเองให้สวยเหมือนมืออาชีพ

คำถาม: มีเทคนิคพิเศษอะไรบ้างที่ช่วยให้การทำสีผมเองดูเป็นธรรมชาติและสวยงามเหมือนทำที่ซาลอน?

การทำสีผมเองให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจนั้น ต้องอาศัยเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้สีผมดูเป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ

* การแบ่งผมที่แม่นยำ: การแบ่งผมเป็นช่อเล็กๆ อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณทาสีได้ทั่วถึงและลดโอกาสที่สีจะด่าง

* การทาสีอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ: เมื่อผสมน้ำยาแล้ว ควรทาสีให้เสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อให้น้ำยาทำปฏิกิริยากับเส้นผมพร้อมกันทั้งศีรษะ

* การนวดผมเบาๆ: หลังจากทาสีทั่วแล้ว ให้ใช้ปลายนิ้วนวดผมและหนังศีรษะเบาๆ เพื่อช่วยเกลี่ยสีให้ทั่วถึงและซึมเข้าสู่เส้นผมได้ดีขึ้น

* การใช้หวีซี่ห่างช่วยเกลี่ย: หลังจากทาสีแต่ละส่วนแล้ว ให้ใช้หวีซี่ห่างหวีเบาๆ เพื่อกระจายสีให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณโคนผม

* การดูแลอุณหภูมิ: หากอากาศเย็น อาจใช้พลาสติกคลุมผม (Shower Cap) คลุมผมไว้ เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิและเร่งปฏิกิริยาของสี แต่ไม่ควรใช้ความร้อนจากไดร์เป่าผมโดยตรง

* KYOGOKU Professional Color Care Shampoo & Treatment: ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ จะช่วยรักษาสีผมให้ติดทนนาน และบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงเงางาม

วิธีเลือกสีผมให้เข้ากับสีผิวและสไตล์

คำถาม: ควรเลือกสีผมอย่างไรให้เข้ากับสีผิวและสไตล์ส่วนตัว?

การเลือกสีผมที่เข้ากับสีผิวและสไตล์ของคุณจะช่วยขับใบหน้าให้ดูสว่างสดใสและเสริมบุคลิกภาพให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

* พิจารณาสีผิว (Skin Tone):

* ผิวขาวอมชมพู (Cool Undertone): เหมาะกับสีโทนเย็น เช่น น้ำตาลหม่น, บลอนด์หม่น, แดงเบอร์กันดี, น้ำตาลช็อกโกแลต, สีดำประกายน้ำเงิน

* ผิวขาวเหลือง/ผิวสองสี (Warm Undertone): เหมาะกับสีโทนอุ่น เช่น น้ำตาลทอง, บลอนด์ทอง, น้ำตาลคาราเมล, น้ำตาลแดง, สีส้มอิฐ

* ผิวคล้ำ/ผิวแทน (Warm/Neutral Undertone): เหมาะกับสีโทนเข้มและอบอุ่น เช่น น้ำตาลเข้ม, ช็อกโกแลต, มะฮอกกานี, บรอนซ์, น้ำตาลประกายทอง

เคล็ดลับ: การตรวจสอบ Undertone

ลองดูสีเส้นเลือดที่ข้อมือ:

  • สีน้ำเงิน/ม่วง: คุณมี Cool Undertone
  • สีเขียว: คุณมี Warm Undertone
  • ทั้งสีน้ำเงินและเขียว: คุณมี Neutral Undertone

* พิจารณาสีตาและสีคิ้ว: สีผมที่กลมกลืนกับสีตาและคิ้วจะช่วยให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

* พิจารณาสไตล์ส่วนตัว:

* สไตล์เรียบหรู/เป็นทางการ: สีน้ำตาลเข้ม, ดำธรรมชาติ, หรือสีบลอนด์เข้ม

* สไตล์แฟชั่น/เปรี้ยวซ่า: สีผมโทนสว่าง, สีพาสเทล, หรือสีแฟนซี

* สไตล์ธรรมชาติ/สบายๆ: สีน้ำตาลอ่อน, สีบลอนด์ธรรมชาติ, หรือสีคาราเมล

* ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาช่างทำผม หรือใช้แอปพลิเคชันทดลองสีผม เพื่อดูว่าสีไหนเหมาะกับคุณที่สุด

ข้อควรระวังและวิธีแก้ปัญหาเมื่อทำสีผมเอง

คำถาม: มีข้อควรระวังอะไรบ้างในการทำสีผมเอง และจะแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไร?

การทำสีผมเองอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้ การรู้ข้อควรระวังและวิธีแก้ปัญหาจะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ

* ข้อควรระวัง:

* อย่าผสมน้ำยาเกินจำนวน: การผสมน้ำยามากเกินไปอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรงและทำลายเส้นผม

* อย่าทิ้งไว้นานเกินไป: การทิ้งน้ำยาทำสีไว้นานเกินเวลาที่กำหนดจะทำให้ผมแห้งเสีย เปราะบาง และสีอาจเข้มเกินไป

* ระวังสีติดผิวหนัง: ทาปิโตรเลียมเจลให้ทั่วก่อนทำสี และเช็ดออกทันทีหากสีเปื้อน

* อย่าทำสีผมซ้ำบ่อยเกินไป: ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ผมได้พักและฟื้นตัว

* หลีกเลี่ยงการทำสีผมขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร: แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

* ระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ KYOGOKU Professional Color Care Shampoo & Treatment: ผลิตภัณฑ์ KYOGOKU Professional เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับมืออาชีพและผู้ที่ใส่ใจเรื่องผมโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้ผลิตภัณฑ์ KYOGOKU Professional ที่ออกแบบมาเพื่อผมทำสีโดยเฉพาะ

* วิธีแก้ปัญหา:

* สีผมไม่สม่ำเสมอ/ด่าง:

* วิธีแก้: หากสีด่างเล็กน้อย ลองใช้แชมพูสำหรับผมทำสีที่ช่วยปรับโทนสี หรือใช้ผลิตภัณฑ์ปรับสีผม (Color Corrector) หากสีด่างมาก ควรปรึกษาช่างทำผมมืออาชีพ

* สีผมเข้มเกินไป:

* วิธีแก้: ลองสระผมด้วยแชมพูขจัดคราบ (Clarifying Shampoo) บ่อยขึ้น เพื่อช่วยให้สีจางลง หรือใช้ผลิตภัณฑ์ล้างสีผม (Color Remover) แต่ควรทำด้วยความระมัดระวัง

* สีผมอ่อนเกินไป:

* วิธีแก้: หากสีอ่อนเกินไป คุณสามารถทำสีซ้ำด้วยสีที่เข้มขึ้นได้ แต่ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ และบำรุงผมอย่างเข้มข้น

* ผมแห้งเสีย/ชี้ฟู:

* วิธีแก้: ใช้ทรีทเม้นท์บำรุงผมอย่างล้ำลึก (Deep Conditioning Treatment) สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และใช้ผลิตภัณฑ์ KYOGOKU Professional Hair Treatment ที่มีส่วนผสมช่วยฟื้นฟูเส้นผม เช่น KYOGOKU Professional Color Care Treatment เพื่อคืนความชุ่มชื้นและแข็งแรงให้กับเส้นผม

* อาการคัน/แสบร้อนที่หนังศีรษะ:

* วิธีแก้: ล้างน้ำยาทำสีออกทันทีด้วยน้ำสะอาด หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแพ้รุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์

การดูแลเส้นผมหลังทำสี

คำถาม: หลังทำสีผมแล้ว ควรดูแลเส้นผมอย่างไรเพื่อให้สีติดทนนานและผมสุขภาพดี?

การดูแลเส้นผมหลังทำสีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรักษาสีผมให้ติดทนนาน ป้องกันสีซีดจาง และบำรุงผมที่อาจถูกทำร้ายจากสารเคมี

* ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ:

* เลือกใช้แชมพูและครีมนวดที่ออกแบบมาสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ เช่น KYOGOKU Professional Color Care Shampoo & Treatment ซึ่งมีสูตรอ่อนโยน ช่วยรักษาสีผมให้ติดทนนาน และบำรุงผมให้แข็งแรง

* ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะไม่มีซัลเฟต (Sulfate-Free) ซึ่งเป็นสารที่อาจทำให้สีผมซีดจางเร็วขึ้น

* หลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่นจัด: น้ำอุ่นจัดจะเปิดเกล็ดผม ทำให้เม็ดสีหลุดออกง่าย ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำเย็นในการสระผม

* ลดความถี่ในการสระผม: การสระผมบ่อยเกินไปจะทำให้สีผมจางเร็วขึ้น ลองใช้ดรายแชมพู (Dry Shampoo) ในวันที่ไม่ได้สระผม

* บำรุงผมอย่างสม่ำเสมอ:

* ใช้ทรีทเม้นท์บำรุงผมอย่างล้ำลึก (Deep Conditioning Treatment) สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อคืนความชุ่มชื้นและซ่อมแซมเส้นผม

* KYOGOKU Professional มีผลิตภัณฑ์บำรุงผมหลากหลายชนิดที่เหมาะกับผมทำสี เช่น KYOGOKU Professional Hair Treatment ที่ช่วยฟื้นฟูผมเสีย

* ปกป้องเส้นผมจากความร้อน:

* ลดการใช้ความร้อนจากไดร์เป่าผม เครื่องหนีบผม หรือเครื่องม้วนผม หากจำเป็นต้องใช้ ควรใช้สเปรย์กันความร้อน (Heat Protectant) ก่อนทุกครั้ง

* KYOGOKU Professional มีผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากความร้อนที่ช่วยลดความเสียหายและรักษาสีผม

* ปกป้องเส้นผมจากแสงแดดและคลอรีน:

* แสงแดดและคลอรีนในสระว่ายน้ำสามารถทำให้สีผมซีดจางได้ ควรใส่หมวกหรือใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมที่มีสารกันแดดเมื่อต้องออกแดดจัด หรือลงสระว่ายน้ำ

* หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สามารถทำให้ผมแห้งและสีผมซีดจางได้

รีวิวผลิตภัณฑ์ทำสีผมเองยอดนิยม: ยี่ห้อไหนดี? (ปี 2026)

คำถาม: มีผลิตภัณฑ์ทำสีผมเองยี่ห้อไหนบ้างที่ได้รับความนิยมและมีคุณภาพดีในปี 2026?

การเลือกผลิตภัณฑ์ทำสีผมเองที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อที่ได้รับความนิยมและมีรีวิวที่ดี

* L’Oréal Paris Excellence Crème: เป็นที่รู้จักในเรื่องของการปกปิดผมขาวได้อย่างสมบูรณ์ และมีส่วนผสมบำรุงผมที่ช่วยปกป้องเส้นผมระหว่างทำสี

* Garnier Olia: โดดเด่นด้วยสูตรปราศจากแอมโมเนียและใช้พลังงานจากน้ำมันธรรมชาติ ทำให้ผมเงางามและสุขภาพดีหลังทำสี

* Schwarzkopf Freshlight: ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น ด้วยสีสันที่สดใสและหลากหลาย มาพร้อมกลิ่นหอมของผลไม้

* Bigen Speedy Hair Color: เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการปกปิดผมขาวอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

* KYOGOKU Professional Color Treatment: แม้จะไม่ใช่สีผมถาวร แต่เป็นทรีทเม้นท์เปลี่ยนสีผมที่อ่อนโยน ช่วยเติมสีและบำรุงผมไปในตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสีผมบ่อยๆ หรือเพิ่มประกายสี โดยไม่ทำลายเส้นผม และยังช่วยรักษาสีผมที่ทำมาให้ติดทนนานขึ้นอีกด้วย

ข้อแนะนำ: ควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้ออย่างละเอียด และอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผมและความต้องการของคุณมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำสีผมเอง (FAQ)

Q1: ผมเสียจากการทำสีผมเอง สามารถแก้ไขได้อย่างไร?

A1: หากผมเสียจากการทำสีผมเอง ควรเน้นการบำรุงอย่างเข้มข้น ใช้ทรีทเม้นท์บำรุงผมอย่างล้ำลึก (Deep Conditioning Treatment) สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และใช้ผลิตภัณฑ์ KYOGOKU Professional Hair Treatment ที่ช่วยฟื้นฟูผมเสียโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อน และงดการทำเคมีกับผมไปสักระยะหนึ่ง เพื่อให้ผมได้ฟื้นตัว

Q2: ควรทำสีผมบ่อยแค่ไหน?

A2: โดยทั่วไปแล้ว ควรเว้นระยะห่างการทำสีผมประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ผมได้พักและลดความเสียหายจากการสัมผัสสารเคมี หากคุณมีผมขาวที่ต้องปกปิดบ่อยๆ อาจพิจารณาการเติมโคนผม (Root Touch-Up) แทนการทำสีทั้งศีรษะ

Q3: ทำสีผมเองแล้วสีไม่ติด/สีเพี้ยน เกิดจากอะไร?

A3: สาเหตุที่สีไม่ติดหรือสีเพี้ยนอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การเตรียมผมไม่ดีพอ (ผมสกปรกเกินไปหรือสะอาดเกินไป), สภาพผมเดิมไม่พร้อมรับสี (ผมเสียมาก), การผสมน้ำยาไม่ถูกต้อง, ทาสีไม่ทั่วถึง, หรือทิ้งไว้นานเกินไป/น้อยเกินไป ควรตรวจสอบขั้นตอนและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

Q4: ผมย้อมสีดำมานาน สามารถเปลี่ยนเป็นสีสว่างได้ไหม?

A4: การเปลี่ยนผมสีดำที่ย้อมมานานให้เป็นสีสว่างนั้นทำได้ยากและอาจทำให้ผมเสียอย่างรุนแรง เนื่องจากเม็ดสีดำมีความเข้มข้นสูงและฝังลึกในเส้นผม การฟอกสีผมที่ย้อมดำมาอาจต้องทำหลายครั้ง ซึ่งควรทำโดยช่างทำผมมืออาชีพเท่านั้น เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

Q5: KYOGOKU Professional มีผลิตภัณฑ์อะไรที่เหมาะกับการทำสีผมเองบ้าง?

A5: KYOGOKU Professional มีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ช่วยสนับสนุนการทำสีผมเองให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม เช่น KYOGOKU Professional Color Treatment ที่ช่วยเติมสีและบำรุงผม, KYOGOKU Professional Color Care Shampoo & Treatment ที่ช่วยรักษาสีผมให้ติดทนนาน และ KYOGOKU Professional Hair Treatment ที่ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผมเสียหลังทำสี ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อคุณภาพระดับมืออาชีพ ให้คุณได้ดูแลผมเหมือนทำที่ซาลอน


สรุป

✏️

การทำสีผมเองที่บ้านในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากคุณมีความรู้และเทคนิคที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกประเภทน้ำยาที่เหมาะสม การเตรียมตัวอย่างรอบคอบ การใช้อุปกรณ์ที่ครบครัน การทำตามขั้นตอนอย่างละเอียด ไปจนถึงการดูแลเส้นผมหลังทำสีอย่างถูกวิธี และที่สำคัญคือการทดสอบอาการแพ้ทุกครั้งก่อนทำสี

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เช่น KYOGOKU Professional จะช่วยให้คุณได้สีผมที่สวยงาม สุขภาพดี และติดทนนาน เหมือนออกจากซาลอนมืออาชีพค่ะ。プロの美容師が開発に携わった信頼のブランドです。


อ่านเพิ่มเติม: สำหรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผมทำสี สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ สมาคมช่างผมแห่งประเทศไทย หรือ สถาบันโรคผิวหนัง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะอย่างถูกสุขลักษณะ

ข้อมูลอ้างอิง:

* สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์ในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม สามารถดูได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

* เพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างเส้นผมและการทำสี สามารถศึกษาได้จาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)


แอด LINE ตอนนี้ 🎁

รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด และโปรลับเฉพาะสมาชิก LINE

คลิกเลย: https://line.me/R/ti/p/@671nuepx?ts=02021947&oat_content=url


喜歡卡雅仕的話,就分享給朋友吧!
  • URLをコピーしました!
  • URLをコピーしました!
目次