อยากย้อมผมหงอก แต่กลัวผมเสีย — ความกังวลนี้พบได้บ่อยมาก ยาย้อมผมแบบเดิมๆ ใช้สารอัลคาไลน์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งอาจทำให้ผมและหนังศีรษะเสียหายได้ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ยาย้อมผมหงอกที่ไม่ทำลายผม” กำลังได้รับความสนใจ เฮร์แมนิเคียร์ คัลเลอร์ทรีทเมนต์ เฮนนา เป็นต้น ทางเลือกที่อ่อนโยนต่อผมเพิ่มขึ้น บทความนี้จะนำเสนอคู่มือครบวงจร ตั้งแต่ประเภท ส่วนผสม วิธีใช้ วิธีเลือก จนถึงสินค้าแนะนำ เพื่อดูแลผมหงอกโดยปกป้องสุขภาพของผมและหนังศีรษะ

ทำไมยาย้อมผมหงอกถึงทำให้ผมเสียหาย?

การเข้าใจสาเหตุที่ผมเสียหายจะช่วยให้คุณเลือกยาย้อมผมที่ไม่ทำลายผมได้อย่างถูกต้อง
ยาย้อมผมหงอกแบบเดิม (อัลคาไลน์คัลเลอร์) เพื่อให้สีซึมเข้าไปในผม จะใช้สารอัลคาไลน์เปิดคิวติเคิลของผม และใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทำลายเม็ดสีเมลานิน ปฏิกิริยาเคมีนี้ทำให้โครงสร้างโปรตีนของผมเสียหาย คิวติเคิลหลุดลอกง่าย ผมแห้ง หักง่าย และฟู
โดยเฉพาะการย้อมซ้ำๆ จะสะสมความเสียหาย และทำให้คุณภาพผมแย่ลง นอกจากนี้ การระคายเคืองหนังศีรษะก็มาก อาจทำให้เกิดอาการคัน ผื่น และการอักเสบ
กลไกการทำลายของอัลคาไลน์คัลเลอร์
มาดูกลไกการทำลายของอัลคาไลน์คัลเลอร์อย่างละเอียด:
• สารอัลคาไลน์เปิดคิวติเคิล
• ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทำลายเมลานิน
• โปรตีนเสื่อมสภาพและหลุดลอก
• คิวติเคิลหลุดลอก
• หนังศีรษะได้รับการระคายเคือง
ในกระบวนการ “สารอัลคาไลน์เปิดคิวติเคิล” แอมโมเนียหรือโมโนเอทานอลามีนเป็นต้น จะเพิ่ม pH ของผม และเปิดคิวติเคิล (ชั้นเกล็ดที่ปกคลุมผิวผม) สิ่งนี้ทำให้สีย้อมซึมเข้าไปในผมได้ แต่การเปิดคิวติเคิลทำให้ผมอยู่ในสภาพที่ไม่มีการป้องกัน
ในขั้นตอน “ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทำลายเมลานิน” ฤทธิ์ฟอกสีจะทำลายเม็ดสีเดิมของผม (เมลานิน) และเปลี่ยนเป็นสีสว่าง ปฏิกิริยาเคมีนี้แรงมาก และส่งผลต่อโครงสร้างภายในของผม
“โปรตีนเสื่อมสภาพและหลุดลอก” เกิดจากปฏิกิริยาเคมีของสารอัลคาไลน์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ทำให้โปรตีนเคราตินซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของผมเสื่อมสภาพ และหลุดออกจากผม สิ่งนี้ทำให้ผมสูญเสียความแข็งแรงและความยืดหยุ่น
“คิวติเคิลหลุดลอก” ทำให้ผิวผมเสียหาย สูญเสียความเงางาม และความชุ่มชื้นและสารอาหารภายในผมหลุดออกได้ง่าย คิวติเคิลที่หลุดไปแล้วจะไม่กลับมา ดังนั้นความเสียหายจึงสะสม
“หนังศีรษะได้รับการระคายเคือง” เกิดจากการสัมผัสของสารอัลคาไลน์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับหนังศีรษะ อาจเกิดอาการคัน ผื่นแดง ผื่น การอักเสบ เป็นต้น คนที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายต้องระวังเป็นพิเศษ
ประเภทและคุณสมบัติของยาย้อมผมหงอกที่ไม่ทำร้ายเส้นผม

มีหลายวิธีที่สามารถดูแลผมหงอกโดยไม่ทำร้ายผม เข้าใจคุณสมบัติแต่ละประเภท และเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเอง:
• เฮร์แมนิเคียร์
• คัลเลอร์ทรีทเมนต์
• เฮนนา (สีย้อมธรรมชาติ)
• คัลเลอร์แชมพู
• โนนไดอามีนคัลเลอร์
“เฮร์แมนิเคียร์” เป็นวิธีย้อมที่ทำให้เม็ดสีติดบนผิวผม ไม่ใช้สารอัลคาไลน์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ แต่ใช้สีย้อมที่เป็นกรดเคลือบผม จึงไม่เปิดคิวติเคิล และแทบไม่มีความเสียหายต่อผมเลย มีสีสันสดใส และเงางาม แต่สีจะจางใน 2-4 สัปดาห์ ยากที่จะทาตั้งแต่โคนผม และหากติดหนังศีรษะจะล้างออกยาก ต้องระวังเมื่อทำเอง
“คัลเลอร์ทรีทเมนต์” เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผลในการบำรุงผม และย้อมผมหงอกค่อยๆ ใช้ทุกวันหรือสัปดาห์ละหลายครั้ง สีจะเข้าทีละน้อย ใช้ง่าย และสามารถย้อมพร้อมบำรุงผมด้วยส่วนผสมทรีทเมนต์ แม้จะไม่มีผลทันที แต่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และความเสียหายต่อผมแทบเป็นศูนย์ หากใช้ร่วมกับคัลเลอร์แชมพูเช่น KYOGOKU Color Shampoo Natural Brown (https://kyogokuprofessional.com/collections/shampoo/products/kyogoku-color-shampoo-natural-brown, ราคา: ฿1,290) จะสามารถดูแลผมหงอกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เฮนนา (สีย้อมธรรมชาติ)” เป็นสีย้อมจากพืช ใช้มาตั้งแต่โบราณ เฮนนาเคลือบผิวผม และย้อมเป็นสีส้ม-น้ำตาลแดง ไม่ใช้สารเคมี จึงอ่อนโยนต่อผมและหนังศีรษะ และมีผลบำรุงผมด้วย อย่างไรก็ตาม ทางเลือกสีจำกัด ใช้เวลาย้อมนาน (1-3 ชั่วโมง) และมีกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากนี้ หากย้อมด้วยยาย้อมผมปกติหลังจากเฮนนา อาจเปลี่ยนสีได้ ต้องระวัง
“คัลเลอร์แชมพู” เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดสีผสมในแชมพูประจำวัน สระผมไปพร้อมกับย้อมผมหงอกค่อยๆ ใช้ง่าย เพราะแค่สระผมเท่านั้นไม่ต้องใช้ความพยายามพิเศษ แม้ผลจะค่อยเป็นค่อยไป แต่หากใช้อย่างต่อเนื่องจะรักษาสีสันธรรมชาติได้ KYOGOKU Color Shampoo Natural Brown (https://kyogokuprofessional.com/collections/shampoo/products/kyogoku-color-shampoo-natural-brown, ราคา: ฿1,290) เป็นคัลเลอร์แชมพูคุณภาพสูงระดับมืออาชีพ ที่ช่วยปกปิดผมหงอกอย่างอ่อนโยนพร้อมบำรุงผม
“โนนไดอามีนคัลเลอร์” เป็นสีย้อมผมที่ไม่ใช้สีย้อมจำพวกไดอามีน ไดอามีนอาจเป็นสาเหตุของอาการแพ้ จึงเลี่ยงสารนี้ในสูตร ความเสียหายน้อยกว่าอัลคาไลน์คัลเลอร์ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีความเสียหายเลย เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องอาการแพ้ หรือต้องการลดความเสียหาย
จุดสำคัญในการเลือกส่วนผสมของยาย้อมผมที่ไม่ทำลายผม
เมื่อเลือกยาย้อมผมที่ไม่ทำร้ายเส้นผม การตรวจสอบส่วนผสมเป็นสิ่งสำคัญ รู้จักส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยง และส่วนผสมที่ดีต่อผม:
• ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยง
• ส่วนผสมที่ดีต่อผม
• ส่วนผสมออร์แกนิก/ธรรมชาติ
• ส่วนผสมบำรุงความชุ่มชื้น
• ส่วนผสมซ่อมแซมผม
“ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยง” คือ แอมโมเนีย ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ สีย้อมจำพวกไดอามีน พาราเบน สารลดแรงตึงผิวจำพวกซัลเฟต แอมโมเนียเปิดคิวติเคิลและทำให้เกิดความเสียหาย ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ฟอกสีผมและทำลายโปรตีน สีย้อมจำพวกไดอามีนอาจเป็นสาเหตุของอาการแพ้ พาราเบนเป็นสารกันบูดที่มีการระคายเคือง สารลดแรงตึงผิวจำพวกซัลเฟต (โซเดียมลอริลซัลเฟตเป็นต้น) มีฤทธิ์ล้างแรงเกินไป ทำให้ผมแห้ง
“ส่วนผสมที่ดีต่อผม” คือ โปรตีนจากพืช กรดอะมิโน เซราไมด์ คอลลาเจน กรดไฮยารูโรนิก เป็นต้น ส่วนผสมเหล่านี้มีผลในการซ่อมแซมผม บำรุงความชุ่มชื้น และปกป้องจากความเสียหาย โดยเฉพาะกรดอะมิโนเป็นองค์ประกอบของเคราตินซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของผม จึงมีประสิทธิภาพในการซ่อมแซมผม
“ส่วนผสมออร์แกนิก/ธรรมชาติ” เช่น เฮนนา อินดิโก้ คูชินาชิ อโลเวร่า น้ำมันโฮโฮบา น้ำมันอาร์แกน ที่มีในผลิตภัณฑ์ จะอ่อนโยนต่อผมและหนังศีรษะ และหลีกเลี่ยงการระคายเคืองจากสารเคมี อย่างไรก็ตาม การแสดง “ออร์แกนิก” อาจไม่มีมาตรฐานชัดเจนในบางกรณี ต้องตรวจสอบส่วนผสมอย่างดี
“ส่วนผสมบำรุงความชุ่มชื้น” เช่น กลีเซอริน กรดไฮยารูโรนิก คอลลาเจน เซราไมด์ เชียบัตเตอร์ ที่มีในผลิตภัณฑ์ จะช่วยป้องกันผมแห้ง และรักษาความรู้สึกเนียนนุ่ม ผมหลังย้อมมักจะแห้งง่าย ดังนั้นส่วนผสมบำรุงความชุ่มชื้นจึงสำคัญ
“ส่วนผสมซ่อมแซมผม” เช่น ไฮโดรไลซ์เคราตีน ไฮโดรไลซ์ซิลค์ ไฮโดรไลซ์คอลลาเจน แพนทีนอล เป็นต้น ส่วนผสมเหล่านี้ซึมเข้าไปในผม ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย และฟื้นความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผม
วิธีใช้ยาย้อมผมที่ไม่ทำร้ายเส้นผมอย่างถูกต้อง
การใช้อย่างถูกต้องจะช่วยดึงผลลัพธ์ออกมาสูงสุด และป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม:
• ทำแพทช์เทสต์ก่อนเสมอ
• ดูแลผมก่อนใช้
• ปฏิบัติตามปริมาณที่แนะนำ
• ปฏิบัติตามเวลาที่ทิ้งไว้
• ดูแลหลังการใช้
“ทำแพทช์เทสต์ก่อนเสมอ” เป็นสิ่งสำคัญมากในการป้องกันอาการแพ้ 48 ชั่วโมงก่อนการใช้ ทาปริมาณเล็กน้อยบนด้านในแขนหรือหลังหู และตรวจสอบว่ามีอาการผิดปกติเช่น ผื่นแดง คัน บวม หรือไม่ แม้เป็นส่วนผสมธรรมชาติก็อาจเกิดอาการแพ้ได้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องทดสอบเสมอ
“ดูแลผมก่อนใช้” จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการย้อมสี หากมีสิ่งสกปรกหรือไขมันมาก สีจะเข้ายาก ดังนั้นต้องสระผมให้สะอาดก่อน อย่างไรก็ตาม การสระผมก่อนหน้าจะทำให้การทำงานของสิ่งกีดขวางของหนังศีรษะอ่อนแอ จึงดีที่สุดที่จะสระไว้ก่อนวันหนึ่ง หากผมเสียหาย ควรทำทรีทเมนต์เข้มข้นก่อนย้อมสี
“ปฏิบัติตามปริมาณที่แนะนำ” จะช่วยให้ย้อมได้สม่ำเสมอไม่มีคราบ ผมสั้น 1 ขวด ผมกลาง 1.5-2 ขวด ผมยาว 2-3 ขวด เป็นแนวทาง หากใช้น้อยเพื่อประหยัด จะทำให้เกิดคราบสีหรือย้อมไม่ติด โดยเฉพาะบริเวณที่มีผมหงอกมากหรือโคนผม ควรทาให้มาก
“ปฏิบัติตามเวลาที่ทิ้งไว้” ก็สำคัญเช่นกัน ปฏิบัติตามเวลาที่ระบุในผลิตภัณฑ์จะได้สีที่เหมาะสม หากทิ้งไว้นานเกินไป ภาระต่อหนังศีรษะจะเพิ่มขึ้น หากสั้นเกินไป สีจะไม่เข้าเพียงพอ โดยทั่วไป คัลเลอร์ทรีทเมนต์ 5-15 นาที เฮร์แมนิเคียร์ 20-30 นาที เฮนนา 1-3 ชั่วโมง เป็นแนวทาง
“ดูแลหลังการใช้” เพราะหลังย้อมสีผมจะอยู่ในสภาพบอบบาง ควรทำทรีทเมนต์บำรุงความชุ่มชื้นอย่างดี เพื่อป้องกันสีตก แนะนำให้ใช้แชมพูและทรีทเมนต์สำหรับการดูแลสี โดยเฉพาะ KYOGOKU Color Shampoo Natural Brown (https://kyogokuprofessional.com/collections/shampoo/products/kyogoku-color-shampoo-natural-brown, ราคา: ฿1,290) มีผลในการรักษาสีให้ยาวนานพร้อมซ่อมแซมผม
วิธีเลือกยาย้อมผมที่ไม่ทำร้ายเส้นผมให้เหมาะกับตัวเอง

เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองจากผลิตภัณฑ์มากมาย ควรเข้าใจจุดสำคัญต่อไปนี้:
• เลือกตามปริมาณผมหงอก
• เลือกตามสีที่ต้องการ
• เลือกตามความถี่ในการใช้
• เลือกตามงบประมาณ
• เลือกตามสภาพหนังศีรษะ
“เลือกตามปริมาณผมหงอก” หากผมหงอกน้อย (10-30% ของทั้งหมด) คัลเลอร์แชมพูหรือคัลเลอร์ทรีทเมนต์ก็เพียงพอ สีจะเข้าทีละน้อย จึงได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ หากผมหงอกปานกลาง (30-50%) แนะนำให้ใช้เฮร์แมนิเคียร์หรือคัลเลอร์ทรีทเมนต์เป็นประจำ หากผมหงอกมาก (50% ขึ้นไป) วิธีที่มีประสิทธิภาพคือ ย้อมอย่างแน่นหนาด้วยเฮร์แมนิเคียร์หรือเฮนนาครั้งหนึ่ง แล้วรักษาสีด้วยคัลเลอร์แชมพู
“เลือกตามสีที่ต้องการ” หากต้องการเข้าใกล้ผมดำธรรมชาติ เฮร์แมนิเคียร์หรือคัลเลอร์ทรีทเมนต์สีดำหรือน้ำตาลเข้มเหมาะสม หากต้องการสีน้ำตาลสว่าง ให้เลือกคัลเลอร์ทรีทเมนต์สีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลธรรมชาติ เฮนนาจะเป็นสีส้ม-น้ำตาลแดง จึงเหมาะกับคนที่ชอบสีอบอุ่นเฉพาะตัว หากผสมอินดิโก้ก็สามารถเข้าใกล้สีน้ำตาลเข้ม-ดำได้
“เลือกตามความถี่ในการใช้” หากต้องการความสะดวกที่ใช้ได้ทุกวัน คัลเลอร์แชมพูเหมาะที่สุด หากใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ คัลเลอร์ทรีทเมนต์สะดวก หากต้องการย้อมอย่างแน่นหนาเดือนละครั้งประมาณ เฮร์แมนิเคียร์หรือเฮนนาเหมาะสม สำคัญที่จะเลือกวิธีที่สามารถทำต่อเนื่องได้โดยไม่ฝืนใจตามไลฟ์สไตล์
“เลือกตามงบประมาณ” คัลเลอร์แชมพูหรือคัลเลอร์ทรีทเมนต์ราคา 1,000-3,000 บาทต่อขวด และคุ้มค่า เฮร์แมนิเคียร์ราคา 1,500-5,000 บาทประมาณ เฮนนา 1,000-3,000 บาทประมาณ การทำที่ร้าน (เฮร์แมนิเคียร์เป็นต้น) มีค่าใช้จ่าย 5,000-15,000 บาทประมาณ เมื่อดูในระยะยาว ผลิตภัณฑ์ดูแลตนเองประหยัดกว่า
“เลือกตามสภาพหนังศีรษะ” หากหนังศีรษะบอบบาง หรือเกิดอาการคันหรือผื่นได้ง่าย ให้เลือกเฮนนาที่เน้นส่วนผสมธรรมชาติ หรือคัลเลอร์ทรีทเมนต์ไม่มีสารเติมแต่ง/ระคายเคืองต่ำ ผลิตภัณฑ์ที่มีการแสดง โนนไดอามีน โนนอัลคาไลน์ ปราศจากพาราเบน ไม่มีกลิ่น เป็นต้น ให้ความอุ่นใจ หากเคยเกิดอาการแพ้จากสีย้อมผมมาก่อน ต้องทำแพทช์เทสต์เสมอ หากกังวล ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้
สินค้าแนะนำยาย้อมผมหงอกที่ไม่ทำร้ายเส้นผม

แนะนำสินค้าที่สามารถดูแลผมหงอกโดยไม่ทำร้ายผม
• KYOGOKU Color Shampoo Natural Brown
• เฮร์แมนิเคียร์หลายชนิด
• คัลเลอร์ทรีทเมนต์
• เฮนนาออร์แกนิก
• โนนไดอามีนคัลเลอร์
“KYOGOKU Color Shampoo Natural Brown” (https://kyogokuprofessional.com/collections/shampoo/products/kyogoku-color-shampoo-natural-brown, ราคา: ฿1,290) เป็นคัลเลอร์แชมพูคุณภาพสูงระดับมืออาชีพ ปกปิดผมหงอกอย่างเป็นธรรมชาติด้วยการสระผมทุกวัน พร้อมส่วนผสมซ่อมแซมผม สีน้ำตาลธรรมชาติที่อ่อนโยน ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ฟองมาก ใช้สบาย ใช้อย่างต่อเนื่องจะทำให้ผมหงอกไม่เด่น และผมฟื้นความเงางามและความยืดหยุ่น
“เฮร์แมนิเคียร์หลายชนิด” มีสีสันสดใส และเงางาม ในผลิตภัณฑ์ทั่วไป Blaune Hair Manicure, Salon de Pro Hair Manicure Speedy เป็นต้น ได้รับความนิยม ในผลิตภัณฑ์จำหน่ายเฉพาะร้าน มีผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงกว่า และสีจางน้อยกว่า ผลลัพธ์ดีกว่า เมื่อทำเอง ยากที่จะทาจากโคนผม ดังนั้นแนะนำให้ทำที่ร้านสำหรับการย้อมบางส่วนหรือทั้งหมด
“คัลเลอร์ทรีทเมนต์” มีลักษณะที่สีเข้าทีละน้อยอย่างอ่อนโยน Rishiri Hair Color Treatment, LPLP, DHC Q10 Premium Color Treatment เป็นต้น ได้รับความนิยม ผลในการบำรุงสูง ผมจะเนียนนุ่มขึ้นทุกครั้งที่ใช้ มีหลายสี สามารถเลือกตามความชอบได้
“เฮนนาออร์แกนิก” เป็นสีย้อมธรรมชาติที่ไม่ใช้สารเคมีเลย Naiad Henna, Mac Henna, Green Note เป็นต้น มีชื่อเสียง มีเฮนนา 100% และแบบผสมอินดิโก้หรือสมุนไพร ใช้เวลาย้อมนาน แต่อ่อนโยนต่อผมและหนังศีรษะ และผลในการบำรุงสูง มีกลิ่นเฉพาะตัว ความชอบแบ่งแยก แต่หากคุ้นเคยก็ไม่รู้สึก
“โนนไดอามีนคัลเลอร์” เหมาะกับคนที่แพ้ไดอามีน ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายเฉพาะร้าน ทั่วไปจะทำที่ร้านทำผม ความเสียหายน้อยกว่าอัลคาไลน์คัลเลอร์ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีความเสียหายเลย ดังนั้นต้องดูแลหลังการใช้อย่างดี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาย้อมผมที่ไม่ทำร้ายเส้นผม
- ยาย้อมผมที่ไม่ทำร้ายเส้นผม สีจะอยู่นานแค่ไหนเมื่อเทียบกับยาย้อมผมปกติ?
-
เฮร์แมนิเคียร์ 2-4 สัปดาห์ คัลเลอร์ทรีทเมนต์ 1-2 สัปดาห์ เฮนนา 1-2 เดือนประมาณเป็นแนวทาง เมื่อเทียบกับอัลคาไลน์คัลเลอร์ 1-2 เดือน จะสั้นกว่า แต่เพราะไม่มีความเสียหายต่อผม จึงย้อมบ่อยก็ไม่เป็นปัญหา หากใช้คัลเลอร์แชมพูร่วมด้วยจะช่วยให้สีอยู่นานขึ้น
- ย้อมเองหรือย้อมที่ร้าน อย่างไหนดีกว่า?
-
การย้อมเองประหยัดและสะดวก แต่อาจเกิดคราบได้ง่าย และยากที่จะทาที่ด้านหลัง การย้อมที่ร้าน จะย้อมได้สม่ำเสมอและสวยงามด้วยเทคนิคของมืออาชีพ และทางเลือกสีมากมาย หากย้อมครั้งแรก หรือต้องการย้อมทั้งหมดอย่างแน่นหนา แนะนำที่ร้าน หากเพียงโคนหรือบางส่วน ก็เพียงพอที่จะทำเอง
- หากใช้ยาย้อมผมที่ไม่ทำร้ายเส้นผม ไม่ต้องทำทรีทเมนต์หรือ?
-
แม้จะใช้ยาย้อมผมที่ไม่ทำร้ายเส้นผม ความเสียหายก็ไม่ใช่ศูนย์ ดังนั้นทรีทเมนต์จึงจำเป็น โดยเฉพาะหลังย้อมสีผมจะแห้งง่าย ควรทำทรีทเมนต์บำรุงความชุ่มชื้นอย่างดี แนะนำให้ใช้แฮร์มาสก์หรือดีพทรีทเมนต์เป็นการดูแลเข้มข้นสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
- หลังย้อมผมหงอก สามารถทำดัดหรือยืดได้หรือไม่?
-
หากเป็นเฮร์แมนิเคียร์หรือคัลเลอร์ทรีทเมนต์ สามารถทำดัดหรือยืดได้ อย่างไรก็ตาม หากทำในเวลาเดียวกัน สีจะตกและภาระต่อผมจะเพิ่ม จึงควรห่างประมาณ 2 สัปดาห์ ในกรณีของเฮนนา การดัดอาจไม่เข้ายาก ควรปรึกษาช่างทำผมเกี่ยวกับลำดับและระยะห่าง
- Q: ผิวบอบบาง สามารถใช้ยาย้อมผมที่ไม่ทำร้ายเส้นผมได้หรือไม่?
-
สำหรับคนที่มีผิวบอบบาง แนะนำเฮนนาที่เน้นส่วนผสมธรรมชาติ หรือคัลเลอร์ทรีทเมนต์ไม่มีสารเติมแต่ง/ระคายเคืองต่ำ ก่อนใช้ต้องทำแพทช์เทสต์เสมอ และตรวจสอบว่าไม่มีอาการผิดปกติก่อนใช้ หากเคยเกิดอาการแพ้จากสีย้อมผมมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้
สรุป: เพลิดเพลินกับการดูแลผมหงอกโดยรักษาผมให้แข็งแรง
อยากหลีกเลี่ยงผมเสียหายจากการย้อมผมหงอก แต่อยากปกปิดผมหงอก — ยาย้อมผมที่ไม่ทำลายผม คือคำตอบของความปรารถนานั้น เฮร์แมนิเคียร์ คัลเลอร์ทรีทเมนต์ เฮนนา คัลเลอร์แชมพู เป็นต้น มีทางเลือกที่อ่อนโยนต่อผมและหนังศีรษะมากมาย
ตรวจสอบส่วนผสมอย่างดี และเลือกวิธีที่เหมาะกับปริมาณผมหงอก สีที่ต้องการ และไลฟ์สไตล์ของคุณ ด้วยวิธีใช้ที่ถูกต้องและการดูแลหลังการใช้ จะสามารถรักษาสีผมที่สวยงามได้นาน
ใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเช่น KYOGOKU Color Shampoo Natural Brown และรักษาสุขภาพผม พร้อมได้ผมที่สวยงามและมั่นใจ
