แชมพูสีม่วง (Purple Shampoo) คือ อะไร?

เคยบลีชผมให้เป็นสีบลอนด์แล้วไม่กี่วันกลับกลายเป็นสีเหลืองไหม?
แชมพูสีม่วง (Purple Shampoo) คือผู้ช่วยที่จะแก้ปัญหานี้ได้ เป็นแชมพูที่มีสีม่วงผสมอยู่ ช่วยยืดอายุสีผมหลังบลีชหรือย้อมสีสว่าง ต่างจากแชมพูทั่วไปตรงที่ซักผมไปพร้อมกับปรับสีไปในตัว ไม่ต้องไปซาลอนก็ดูแลได้ที่บ้าน
ผมบลอนด์หรือผมที่บลีชแล้วจะค่อยๆ เหลืองขึ้นเรื่อยๆ ถ้าปล่อยไว้ แต่ถ้าใช้แชมพูสีม่วง ก็จะรักษาสีที่มีความโปร่งใสสวยงามไว้ได้
บทบาทของแชมพูสีม่วง
• ยับยั้งสีเหลือง
• ปรับสมดุลสีผม
• บำรุงและฟื้นฟูความเสียหาย
ยับยั้งสีเหลือง เป็นบทบาทที่สำคัญที่สุดของแชมพูสีม่วง เม็ดสีม่วงซึมเข้าสู่เส้นผม ช่วยตัดสีเหลืองที่น่ารำคาญออกไป ถ้าใช้ต่อเนื่อง สีเหลืองที่น่ารำคาญหลังบลีชจะจางลง ผมจะดูโปร่งใสขึ้น
ปรับสมดุลสีผม ไม่ได้แค่กำจัดสีเหลือง แต่ยังช่วยให้ได้สีใกล้เคียงกับที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโทนแอช โทนซิลเวอร์ ช่วยรักษาสีสวยๆ หลังย้อมจากซาลอนให้อยู่ได้นานที่สุด
บำรุงและฟื้นฟูความเสียหาย ก็สำคัญไม่แพ้กัน ผมที่บลีชแล้วจะเปราะบาง ภายในเส้นผมเป็นรูพรุน แชมพูสีม่วงคุณภาพดีจะมีส่วนผสมของทรีทเมนต์ด้วย ทำให้เติมสีไปพร้อมกับดูแลสุขภาพผมไปในตัว
ใครควรใช้?
• คนที่บลีชผม
• คนที่ย้อมสีสว่าง
• คนที่ย้อมสีแอช-เทา
คนที่บลีชผม จะได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากแชมพูสีม่วง ผมหลังบลีชจะตกสีเป็นสีเหลืองง่าย ถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็น “ผมเหลือง” มากกว่า “ผมบลอนด์” ใช้แชมพูสีม่วงแล้วจะรักษาผมบลอนด์แพลทินัมที่โปร่งใสสวยไว้ได้
คนที่ย้อมสีสว่าง ก็ได้ประโยชน์จากแชมพูสีม่วงเช่นกัน สีเบจสว่างหรือมิลค์ทีพอตกสีจะเห็นสีเหลืองชัดเจน แค่ใช้แชมพูสีม่วงสัปดาห์ละสองสามครั้ง สีสวยๆ หลังออกจากซาลอนก็จะอยู่ได้นาน
คนที่ย้อมสีแอช-เทา ต้องระวังสีเหลืองเป็นพิเศษ สีเท่ๆ เจ๋งๆ จะพังทันทีถ้ามีสีเหลืองโผล่มา แชมพูสีม่วงกดสีเหลืองไว้ได้ ทำให้สีแอชหรือเทาโทนเย็นๆ อยู่ได้สวยงาม

ทำไมผมบลอนด์ถึงเหลือง?
สรุปง่ายๆ คือ ผมคนญี่ปุ่นรวมถึงคนเอเชียมีเม็ดสีเหลืองในเส้นผมมาก
เวลาบลีช สีในเส้นผมจะค่อยๆ หลุดออกไป แต่เม็ดสีเหลืองจะติดแน่นอยู่จนถึงที่สุด ไม่ว่าจะบลีชสักแค่ไหน พอผ่านไปสักพัก สีเหลืองก็จะโผล่มา นี่เป็นเรื่องปกติของคุณสมบัติเส้นผม เกิดขึ้นกับทุกคน
บลีชที่ร้านแล้วสวยมาก แต่ไม่ถึงอาทิตย์ก็เริ่มเหลืองแล้ว นี่ไงสาเหตุ
โครงสร้างเม็ดสีในเส้นผม
ผมคนญี่ปุ่นประกอบด้วยเม็ดสี 3 สี คือ น้ำเงิน แดง เหลือง
เวลาบลีช เม็ดสีจะหลุดออกตามลำดับ น้ำเงิน→แดง→เหลือง น้ำเงินหลุดก่อน ตามด้วยแดง สีเหลืองเหลืออยู่สุดท้าย เพราะฉะนั้น ถ้าบลีชแค่ครั้งเดียว สีแดงหรือสีเหลืองจะเหลืออยู่เยอะ
บลีชหลายๆ ครั้งจะค่อยๆ สว่างขึ้น แต่เม็ดสีเหลืองดันติดแน่นที่สุด หลุดยากที่สุด
ทำไมสีเหลืองถึงเหลืออยู่
เม็ดสีเมลานินสีเหลืองเกาะติดแน่นที่สุดในเส้นผม
น้ำยาบลีชทำลายเม็ดสีเมลานินเพื่อฟอกสี แต่เม็ดสีเหลืองดันเอาออกให้หมดสนิทยากมาก แม้ช่างมืออาชีพก็ทำให้สีเหลืองหายไปเป็นศูนย์ได้ยาก
ยิ่งไปกว่านั้น พอเวลาผ่านไป คิวติเคิลผิวผมจะเปิดออก เม็ดสีเหลืองที่เหลืออยู่ก็โผล่ออกมาข้างนอก นี่คือความจริงของปรากฏการณ์ “ตกสีแล้วเหลือง” ช่างที่เทคนิคดีจะลดสีเหลืองได้มาก แต่ป้องกันได้ 100% เป็นไปไม่ได้
กลไกที่แชมพูสีม่วงกำจัดสีเหลือง

ความลับที่แชมพูสีม่วงกำจัดสีเหลืองได้ อยู่ที่หลักการ “สีตรงข้าม” ของสี
สีตรงข้าม คือสีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงล้อสี เวลาผสมกันจะตัดกันและกัน สีเหลืองมีสีตรงข้ามคือสีม่วง เพราะฉะนั้น ใช้แชมพูสีม่วงก็จะทำให้สีเหลืองในผมถูกทำให้เป็นกลาง ไม่เด่นเท่าเดิม
เหมือนกับผสมสีน้ำ เอาสีม่วงผสมกับสีเหลือง สีจะเข้มลงเป็นสีเทาใช่ไหม? ในเส้นผมก็เกิดเหมือนกัน
สีตรงข้ามคืออะไร?
สีตรงข้าม คือคู่ของสีที่ตัดกันและกัน
ในวงล้อสี (Color Wheel) ซึ่งเป็นวงกลมจัดเรียงสี สีที่อยู่ตรงข้ามกันคือสีตรงข้าม ตัวอย่าง ตรงข้ามสีเหลืองคือสีม่วง ตรงข้ามสีแดงคือสีเขียว
ในวงการความงาม ใช้หลักการสีตรงข้ามนี้ควบคุมสีผม อยากกำจัดสีเหลืองใช้สีม่วง อยากกำจัดสีแดงใช้สีเขียว แชมพูสีม่วงคือผลิตภัณฑ์ที่นำหลักการทางวิทยาศาสตร์นี้มาใช้ในการดูแลผมประจำวัน
เม็ดสีของแชมพูสีม่วงทำงานกับเส้นผมอย่างไร
ทาแชมพูสีม่วงลงบนผม เม็ดสีม่วงจะเกาะติดบนผิวผม
ผมที่บลีชแล้วคิวติเคิลจะเปิดอยู่ เม็ดสีจึงซึมเข้าไปในเส้นผมได้ง่าย เม็ดสีม่วงของแชมพูจะเข้าไปในผม แล้วผสมกับเม็ดสีเหลืองที่เหลืออยู่
เมื่อนั้น สีเหลืองกับสีม่วงจะทำให้เป็นกลาง กลายเป็นสีที่ใกล้เคียงกับไม่มีสี ทำให้สีเหลืองไม่เด่น ได้ผมบลอนด์แพลทินัมหรือซิลเวอร์ที่โปร่งใส ทิ้งไว้นานยิ่งซึมเข้าไปเยอะ ปรับได้ตามสภาพผม
วิธีใช้แชมพูสีม่วงอย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าใช้แชมพูสีม่วงไม่ถูกวิธี จะไม่ได้ผลตามที่หวัง
หลายคนบอกว่า “ใช้แชมพูสีม่วงแล้วสีเหลืองไม่หาย” แต่ส่วนใหญ่น่าจะใช้ผิดวิธี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ปริมาณน้ำในผมกับเวลาทิ้งไว้ ถ้าเชี่ยวชาญสองจุดนี้ จะได้ผลลัพธ์ระดับซาลอนที่บ้านได้เลย
ตรงนี้จะอธิบายวิธีใช้ที่มีประสิทธิภาพที่ช่างก็ทำจริงตามลำดับ
วิธีใช้พื้นฐาน (ทีละขั้นตอน)
1. ล้างเบื้องต้น
2. เช็ดผมด้วยผ้าเช็ดตัว
3. ทาแชมพูสีม่วง
4. ทิ้งไว้
5. ล้างออก
ล้างเบื้องต้น เริ่มจากล้างผมด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดก่อน จะได้กำจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินออก ทำให้เม็ดสีของแชมพูสีม่วงเข้าผมง่ายขึ้น แค่ล้างเบื้องต้นก็กำจัดสิ่งสกปรก 70% แล้ว ทำขั้นตอนนี้อย่างพิถีพิถันมีความสำคัญมาก
เช็ดผมด้วยผ้าเช็ดตัว เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของแชมพูสีม่วง หลังล้างเบื้องต้น ใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดน้ำในผมเบาๆ ถ้าผมเปียกโชกๆ แชมพูสีม่วงจะถูกเจือจางด้วยน้ำ ความเข้มข้นของเม็ดสีจะลดลง แค่เช็ดน้ำออกเบาๆ สีจะซึมเข้าไปต่างกันมาก
ทาแชมพูสีม่วง ตักปริมาณพอเหมาะมาใส่มือ ทาให้ทั่วเส้นผม โดยเฉพาะส่วนที่สีเหลืองชัด ทาเยอะหน่อย ถ้าทำให้เป็นฟองพร้อมนวดหนังศีรษะ จะกระตุ้นเลือดไหลเวียนด้วย ได้ประโยชน์สองต่อ
ทิ้งไว้ เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ทาแชมพูสีม่วงแล้ว อย่าล้างออกทันที ทิ้งไว้ 1-10 นาที ในช่วงเวลานี้เม็ดสีม่วงจะซึมเข้าผม อย่าเพิ่งรีบ รอให้มันซึมเข้าไป ถ้าสวมหมวกอาบน้ำจะได้ผลดียิ่งขึ้น
ล้างออก ล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด ล้างจนฟองสีม่วงหายหมดเลย ล้างไม่สะอาด ผ้าเช็ดตัวหรือหมอนจะเป็นสีม่วงได้ ต้องระวัง
เวลาทิ้งไว้ที่เหมาะสม
| สภาพผม | เวลาทิ้งไว้ | ผลลัพธ์ |
| สีเหลืองเล็กน้อย | 1-3 นาที | รักษาสีธรรมชาติ |
| สีเหลืองปานกลาง | 5 นาที | กดสีเหลือง |
| สีเหลืองเข้ม | 10 นาทีขึ้นไป | ปรับสีอย่างจริงจัง |
เวลาทิ้งไว้ ปรับตามสภาพผมและสีที่ต้องการ
ใช้ครั้งแรกลองเริ่มที่ 1 นาทีก่อน ถ้าสีไม่เข้าเท่าที่คิด ครั้งต่อไปก็เพิ่มเวลา ถ้าสีเข้าไปเยอะเกินไป ครั้งต่อไปก็ลดเวลาลง ปรับได้
ใช้ทุกวันให้ทิ้งไว้ 1-3 นาที ใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งให้ทิ้งไว้ 5-10 นาที แชมพูสีม่วงทิ้งไว้นานก็ไม่ทำร้ายผม ถ้ามีเวลาก็ทิ้งไว้นานๆ แนะนำเลย แต่ถ้าทิ้งไว้เกิน 15 นาที ผมอาจจะม่วงได้ ดูสภาพไปปรับไป
ความถี่ในการใช้ที่เหมาะสม
ความถี่ในการใช้แชมพูสีม่วงเปลี่ยนไปตามสภาพผมและสีที่ต้องการ
ใช้ทุกวัน ข้อดีคือรักษาสีได้คงที่ตลอด ป้องกันสีเหลืองก่อนจะโผล่มา ผมสีสวยตลอดเวลา แต่ถ้าใช้ทุกวัน ทิ้งไว้แค่ 1-2 นาทีพอ
ใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สมดุลดี แนะนำสำหรับคนส่วนใหญ่ สลับกับแชมพูธรรมดา ลดภาระต่อผม แต่ก็ควบคุมสีเหลืองได้ดี กรณีนี้ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีต่อครั้งจะได้ผลดี
หลังบลีชใหม่ๆ สีเหลืองจะออกง่าย 1-2 สัปดาห์แรกใช้ทุกวัน หลังจากนั้นลดเหลือสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็ได้ สังเกตจังหวะที่ผมตกสีของตัวเอง แล้วหาความถี่ที่เหมาะสมที่สุด
แชมพูสีม่วงไม่ได้ผล? สาเหตุและวิธีแก้
มักได้ยินว่า “ใช้แชมพูสีม่วงแล้วไม่ได้ผลเลย”
แต่ส่วนใหญ่ แค่เปลี่ยนวิธีใช้นิดหน่อยก็ได้ผลแล้ว ไม่ใช่ว่าตัวแชมพูสีม่วงแย่ แต่มักจะเป็นปัญหาที่สภาพผมหรือวิธีใช้
ตรงนี้จะอธิบายสาเหตุหลักที่ไม่ได้ผล และวิธีแก้แต่ละอย่างอย่างละเอียด
สาเหตุ 5 ข้อที่ไม่ได้ผล
• บลีชไม่เพียงพอ
• ใช้น้อยเกินไป
• ทิ้งไว้สั้นเกินไป
• ผมเปียกเกินไป
• โทนสีมืดเกินไป
บลีชไม่เพียงพอ จะทำให้แชมพูสีม่วงไม่ค่อยได้ผล ต้องใช้กับผมที่สว่างระดับ 10 โทนขึ้นไป ไม่งั้นเม็ดสีม่วงจะมองไม่เห็น ถ้าผมยังเป็นสีน้ำตาล ไม่ว่าจะใช้แชมพูสีม่วงมากแค่ไหนก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง
ใช้น้อยเกินไป ก็เป็นความผิดพลาดที่เจอบ่อย ใช้แค่เท่าแชมพูธรรมดาไม่พอ ผมยาวสะบักใช้ประมาณเหรียญ 10 บาท ผมยาวใช้ 2-3 เหรียญเลย อย่าเกรงใจ ใช้เยอะๆ เม็ดสีจะได้กระจายทั่วผม
ทิ้งไว้สั้นเกินไป เม็ดสียังไม่ทันซึมก็ล้างออกแล้ว อย่างน้อย 1 นาที ถ้าได้ 5 นาทีขึ้นไปจะดีมาก คิดว่า “เป็นแชมพูก็ล้างออกเลยได้” นี่แหละที่ทำให้ประสิทธิภาพลดลง
ผมเปียกเกินไป แชมพูสีม่วงจะถูกเจือจางด้วยน้ำ หลังล้างเบื้องต้นต้องเช็ดผมด้วยผ้าเช็ดตัวเสมอ กำจัดน้ำส่วนเกินออก แค่ขั้นตอนเดียวนี้ สีจะซึมเข้าไปต่างกันอย่างมาก
โทนสีมืดเกินไป แชมพูสีม่วงจะรับมือไม่ได้ ผมดำหรือน้ำตาลเข้มใช้แชมพูสีม่วงก็เกือบไม่เปลี่ยน แชมพูสีม่วงใช้ได้ผลกับผมที่ฟอกสีสว่างแล้วเท่านั้น เกณฑ์คือ ต้องสว่างอย่างน้อย 10 โทนขึ้นไป
ถ้ายังไม่ได้ผลก็ไปร้าน
การดูแลเองมีข้อจำกัด
แชมพูสีม่วงสะดวกดี แต่ไม่ใช่เวทมนตร์ ถ้าบลีชไม่เท่ากัน หรือสีโคนกับปลายต่างกันมาก แชมพูสีม่วงอย่างเดียวอาจแก้ไม่ได้
ถึงเวลานั้น อย่าพยายามจัดการเองจนเกินไป ไปปรึกษาช่างดีกว่า ที่ร้านจะบลีชใหม่ให้สว่างเท่ากัน หรือใช้สีปรับแก้สีเหลือง โดยเฉพาะถ้าบลีชเองแล้วพัง รีบไปหาช่างเร็วๆ จะได้ลดความเสียหายต่อผมด้วย
แชมพูสีม่วงแนะนำสำหรับผมบลอนด์
แชมพูสีม่วงมีหลายยี่ห้อออกขาย แต่คุณภาพต่างกันมาก
ของถูกเม็ดสีจะจาง ใช้กี่ครั้งก็ไม่เห็นผล ในทางกลับกัน แชมพูสีม่วงคุณภาพดีระดับมือโปร ใช้ครั้งเดียวก็รู้ว่าต่างกัน
ตรงนี้จะแนะนำ KYOGOKU Color Blue Purple Shampoo ที่ได้รับการประเมินสูงจากช่างผม
คุณสมบัติของ KYOGOKU Color Blue Purple Shampoo

• เม็ดสีเข้มข้น
• ขายอันดับ 1 ในญี่ปุ่น
• มีส่วนผสมทรีทเมนต์
• ปรับได้ด้วยการทิ้งไว้ 1-5 นาที
เม็ดสีเข้มข้น เป็นจุดเด่นที่สุดของ KYOGOKU เปรียบเทียบกับแชมพูสีม่วงทั่วไป ความเข้มข้นของเม็ดสีสูงกว่า ใช้เวลาสั้นก็กดสีเหลืองได้แน่น ไม่ใช่แค่สีม่วง แต่ยังมีเม็ดสีน้ำเงินผสมด้วย ทำให้ได้ผมบลอนด์แพลทินัมที่โปร่งใสมากขึ้น
ขายอันดับ 1 ในญี่ปุ่น เป็นผลงานที่พิสูจน์คุณภาพ ช่างผมจำนวนมากใช้จริงในร้าน เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากมืออาชีพ ในไทยก็เริ่มได้รับความสนใจจากช่างมืออาชีพ
มีส่วนผสมทรีทเมนต์ เติมสีไปพร้อมกับปกป้องสุขภาพผม ผมที่บลีชแล้วเสียง่าย แต่ถ้าเป็น KYOGOKU ก็ซักผมไปบำรุงไปในตัว ผมจะเนียนนุ่ม เหมาะสำหรับคนที่อยากปรับทั้งสีและคุณภาพผม
ปรับได้ด้วยการทิ้งไว้ 1-5 นาที ความยืดหยุ่นก็เป็นเสน่ห์ วันที่รีบใช้ 1 นาทีจบไว มีเวลาก็ทิ้งไว้ 5 นาทีอย่างจริงจัง ใช้แบบสลับกันได้ ปรับความเข้มของสีได้อิสระตามสภาพผมของตัวเอง
ราคา ฿1,090 คุ้มค่า 1 ขวดใช้ได้ประมาณ 2-3 เดือน คุ้มมาก
รายละเอียดสินค้าดูที่: https://th.kyogokupro.com/products/detail/3
ประสบการณ์การใช้จริง
ได้รับคะแนนสูงถึง ★5.0 จากผู้ใช้
“แค่ซักผมสีเหลืองก็หาย เหมือนไปร้าน” “ต่างจากแชมพูสีม่วงอื่นมาก ครั้งเดียวก็รู้ว่าได้ผล” เสียงเหล่านี้มีเยอะ
โดยเฉพาะช่างในไทยบอกว่า “ในสภาพอากาศชื้นสูงก็เก็บสีได้ดี” “แนะนำลูกค้าได้อย่างมั่นใจ” ได้รับการตอบรับดี คนรุ่นใหม่บอกว่า “เก็บสีผมโปร่งใสที่ปังใน SNS ได้” ได้รับการสนับสนุน
ฟองดีด้วย ใช้ได้เหมือนแชมพูธรรมดา นี่ก็เป็นเหตุผลที่ได้รับความนิยม แค่ดูฟองสีม่วงห่อหุ้มผม ก็รู้สึกได้ว่า “ได้ผลแน่!”
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
• ใช้แชมพูสีม่วงทุกวันได้ไหม?
• ใช้กับสีผมอื่นที่ไม่ใช่บลอนด์ได้ไหม?
• แชมพูสีม่วงทำให้ผมเป็นสีม่วงได้ไหม?
• ควรใช้คู่กับแชมพูธรรมดาไหม?
• เก็บแชมพูสีม่วงอย่างไร?
ใช้แชมพูสีม่วงทุกวันได้ไหม?
ได้ ใช้ทุกวันไม่มีปัญหา แชมพูสีม่วงซักผมเหมือนแชมพูธรรมดา พร้อมเติมเม็ดสีไปในตัว แต่ถ้าใช้ทุกวัน ทิ้งไว้แค่ 1-2 นาทีพอ ปรับไม่ให้สีเข้าไปเยอะเกินไป
ใช้กับสีผมอื่นที่ไม่ใช่บลอนด์ได้ไหม?
ใช้ได้ แต่ได้ผลแค่กับผมสีสว่างเท่านั้น แอช เทา ซิลเวอร์ เบจสว่าง ถ้าสว่างตั้งแต่ 10 โทนขึ้นไปจะรู้สึกได้ ผมดำหรือน้ำตาลเข้มแทบไม่ได้ผล
แชมพูสีม่วงทำให้ผมเป็นสีม่วงได้ไหม?
ถ้าทิ้งไว้นานเกินไป อาจจะม่วงบางๆ ได้ โดยเฉพาะทิ้งไว้เกิน 15 นาที หรือใช้กับผมที่เสียหายมาก สีอาจจะเข้าไปเยอะเกินไป แต่ถ้าเป็นสีม่วงไปแล้ว แค่ซักด้วยแชมพูธรรมดา 2-3 ครั้งก็กลับมาแล้ว ไม่ต้องกังวล
ควรใช้คู่กับแชมพูธรรมดาไหม?
ถ้าใช้แชมพูสีม่วงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง วันอื่นใช้แชมพูธรรมดาแนะนำเลย คนที่ใช้ทุกวันก็ สัปดาห์ละครั้งซักด้วยแชมพูธรรมดา สภาพผมจะรีเซ็ตได้สมดุลดี
เก็บแชมพูสีม่วงอย่างไร?
หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เก็บที่อุณหภูมิห้องปกติ วางในห้องน้ำก็ไม่เป็นไร แต่หลีกเลี่ยงที่ร้อนและชื้นจะดีกว่า คุณภาพจะอยู่นาน หลังใช้ปิดฝาให้แน่น อย่าให้น้ำเข้าไป
สรุป
• แชมพูสีม่วงกำจัดสีเหลืองของผมบลอนด์ด้วยหลักการสีตรงข้าม
• เช็ดผมและเวลาทิ้งไว้สำคัญมากต่อประสิทธิภาพ
• ต้องสว่างตั้งแต่ 10 โทนขึ้นไปไม่งั้นไม่ได้ผล
• KYOGOKU Color Blue Purple Shampoo เป็นระดับมือโปร คุณภาพสูง
• ใช้ถูกวิธีจะได้ผลลัพธ์ระดับซาลอนที่บ้าน
แชมพูสีม่วง ถ้าใช้ถูกวิธีจะปรับปรุงสีเหลืองของผมบลอนด์ได้อย่างมาก เป็นไอเท็มเจ๋งที่ขาดไม่ได้ถ้าจะเล่นบลีชหรือย้อมสีสว่าง
โดยเฉพาะ KYOGOKU Color Blue Purple Shampoo ด้วยเม็ดสีเข้มข้นและส่วนผสมทรีทเมนต์ ดูแลทั้งสีและคุณภาพผมไปพร้อมกัน คนที่ “ใช้แชมพูสีม่วงแล้วไม่ได้ผล” ลอง KYOGOKU จะรู้สึกถึงความต่างแน่นอน
ได้ผมบลอนด์โปร่งใสตามที่ฝัน ใช้ชีวิตทุกวันให้สนุกและมั่นใจมากขึ้นกัน
