คุณเคยสีผมสีสวยๆ ที่ร้านเสริมสวยราคาแพงๆ แล้วไม่กี่สัปดาห์ก็เริ่มเหลืองกรึ๊บไหม? จริงๆ แล้วถ้าคุณรู้จักใช้แชมพูสีม่วง (Purple Shampoo) ให้ถูกวิธี สีผมแบบสดใสโปร่งแสงจากร้านก็อยู่ได้นานกว่าเดือนเลยล่ะ แต่ถ้าแค่ “สระแบบธรรมดา” ผลลัพธ์ก็จะแย่ลงไปครึ่งนึง บทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 ขั้นตอนที่ช่างมืออาชีพใช้กัน ตั้งแต่การล้างเบื้องต้นจนถึงระยะเวลาทิ้งไว้ที่เหมาะสม รวมถึงความถี่ที่ควรใช้ตามระดับสีผม เรายังมีวิธีแก้ปัญหาเมื่อผมกลายเป็นสีเขียวอีกด้วย มือใหม่หัดใช้แชมพูสีม่วงก็ไม่ต้องกลัวล่ะ
ทำไมต้องใช้แชมพูสีม่วง? หลักการทำงานและประสิทธิภาพ
แชมพูสีม่วงเป็นแชมพูพิเศษที่มีเม็ดสีม่วงผสมอยู่ เวลาเราฟอกผมหรือย้อมสีสว่างๆ ผมจะค่อยๆ ซีดเป็นสีเหลืองตามกาลเวลา ตรงนี้แหละที่หลักการสีตรงข้าม (Complementary Color) เข้ามามีบทบาท ในวงล้อสี สีม่วงอยู่ตรงข้ามกับสีเหลองพอดี เมื่อเราใส่สีม่วงลงไปในผม มันจะช่วยลดโทนสีเหลือง ทำให้สีผมกลับมาสมดุลแบบเนียนๆ
ลองนึกถึงการผสมสีน้ำดูสิ ถ้าเราเอาสีม่วงนิดหน่อยไปผสมกับสีเหลือง ความสดจัดของสีเหลืองก็จะลดลง กลายเป็นโทนกลางๆ แชมพูสีม่วงก็ทำงานแบบเดียวกัน มันเข้าไปเกาะที่ผิวผม (Cuticle) ช่วยปกปิดสีเหลือง แล้วทำให้สีผมดูโปร่งใส เป็นโทนแอช (Ash) หรือสีขาวๆ แบบที่เราต้องการ
แต่มีข้อควรระวังนะ ถ้าคุณมีผมดำหรือผมสีน้ำตาลเข้มๆ อยู่แล้ว การใช้แชมพูสีม่วงจะไม่เห็นผลอะไรเลย เพราะสีผมเดิมเข้มเกินไป เม็ดสีม่วงมันเลยไม่เด่นขึ้นมา แชมพูสีม่วงออกแบบมาสำหรับ “ผมที่ฟอกสีสว่างแล้วเริ่มเหลือง” เท่านั้น มันไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทำให้ผมสว่างขึ้น หรือย้อมผมดำได้หรอก
อีกอย่างนึง แชมพูสีม่วงไม่ได้เน้นทำความสะอาดเหมือนแชมพูทั่วไป มันเน้นไปที่ “เติมเม็ดสี” มากกว่า ดังนั้นถ้าวันไหนคุณใส่แว็กซ์หรือสเปรย์จัดทรงผมเยอะ อาจต้องสระด้วยแชมพูธรรมดาก่อนนึงรอบ แล้วค่อยตามด้วยแชมพูสีม่วงจะดีกว่า

5 ขั้นตอนใช้แชมพูสีม่วงอย่างมืออาชีพ
ถ้าอยากได้ผลลัพธ์สูงสุดจากแชมพูสีม่วง การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องมันสำคัญมาก ทำตาม 5 สเต็ปนี้ คุณจะได้สีผมสวยเรียบเนียนไม่มีรอยด่าง
STEP 1: ล้างเบื้องต้นด้วยน้ำเปล่า (ขั้นตอนสำคัญอันดับ 1!)
การล้างเบื้องต้นด้วยน้ำเปล่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเลยสำหรับผลลัพธ์ของแชมพูสีม่วง เริ่มด้วยการใช้น้ำอุ่นล้างผมให้ทั่วประมาณ 1-2 นาที ขั้นตอนนี้จะช่วยขจัดฝุ่น สิ่งสกปรก และความมันบนหนังศีรษะออกไปได้ถึง 80% การล้างเบื้องต้นให้ดีจะทำให้แชมพูสีม่วงตีฟองได้ดีขึ้นเยอะเลย
ต้องระวังเป็นพิเศษในวันที่คุณใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม อย่างแว็กซ์หรือสเปรย์ ถ้ายังมีสารเหล่านี้เหลืออยู่ตอนใช้แชมพูสีม่วง มันจะขัดขวางการตีฟอง เม็ดสีก็จะกระจายไม่ทั่วผม ผลก็คือสีผมจะด่างเป็นจุดๆ วันไหนใส่แต่งทรงผมเยอะ แนะนำให้สระด้วยแชมพูธรรมดาสักรอบก่อน แล้วค่อยตามด้วยแชมพูสีม่วงจะดีกว่า
อุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมคือ 38-40 องศา น้ำร้อนเกินไปจะทำให้ชั้นผิวผมเปิดมากเกินไป สีก็จะซีดเร็วขึ้น แต่ถ้าน้ำอุ่นเกินไปก็ล้างสิ่งสกปรกออกไม่หมด ใช้น้ำอุ่นที่สูงกว่าอุณหภูมิร่างกายนิดหน่อยจะพอดี
STEP 2: ตีฟองก่อนทาลงผม

อย่าเอาแชมพูสีม่วงแบบเข้มข้นๆ ทาลงหนังศีรษะหรือผมโดยตรงเด็ดขาด ถ้าทาตรงๆ จุดนั้นจะมีสีเข้มเกินไป ผมก็จะด่างไม่สวย ต้องตีฟองในมือก่อนเสมอ แล้วค่อยๆ นวดให้ฟองกระจายทั่วผมอย่างนежน
ถ้ารู้สึกว่าตีฟองไม่ค่อยได้ ลองใช้ตาข่ายตีฟองดูก็ได้ เครื่องมือตัวนี้จะช่วยให้แชมพูปริมาณน้อยๆ ก็สร้างฟองได้เยอะ ประหยัดด้วย อีกอย่างถ้าขั้นตอนที่ 1 ล้างไม่ดี ฟองก็จะไม่ขึ้นอยู่ดี จะได้เห็นแล้วว่า STEP 1 สำคัญแค่ไหน
ตอนทาฟองลงผม ให้ทาจากโคนผมไปปลายผมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนที่ฟอกสว่างจะรับสีได้ง่าย อย่าทาแต่ปลายผมอย่างเดียว ต้องกระจายฟองให้ทั่วทั้งหัวถึงจะสวย
STEP 3: ทาฟองค้างไว้ 5-10 นาที

หลังจากทาฟองทั่วผมแล้ว ก็ถึงเวลา “ฟอกฟอง” ช่วงเวลานี้เม็ดสีม่วงจะซึมเข้าไปในผม ช่วยลดสีเหลืองลง ระยะเวลาพื้นฐานอยู่ที่ 5-10 นาที แต่ต้องปรับตามสภาพผมด้วยนะ
มีเทคนิคนึงที่ช่วยให้ได้ผลดีขึ้น คือใช้หวีฟันห่างๆ หวีผมระหว่างทิ้งไว้ การหวีจะทำให้ฟองซึมเข้าไปในชั้นในของผมได้ดี เม็ดสีก็จะกระจายสม่ำเสมอ แต่ระวังนะ ผมเปียกมันบอบบางง่าย หวีเบาๆ อย่าแรงจนผมขาด
ระหว่างฟอกฟอง ควรใช้ฟองห่อหุ้มผมทั้งหมด ถ้าฟองไหลลงมา อาจรวบผมไว้แล้วสวมหมวกอาบน้ำก็ได้ วิธีนี้จะทำให้ฟองแนบสนิทกับผม เม็ดสีจะซึมดีขึ้น
อย่าคิดว่าทิ้งไว้นานๆ จะดีกว่านะ ถ้าทิ้งไว้เกิน 15 นาที ผมจะกลายเป็นสีม่วงเข้มเกินไปได้ โดยเฉพาะผมที่ฟอกมากจนสว่างมากๆ อาจจะเห็นผลแค่ 5 นาทีก็พอแล้ว ครั้งแรกที่ใช้แนะนำให้ทิ้งไว้สั้นๆ ก่อน ค่อยๆ เพิ่มเวลาในครั้งถัดไป
STEP 4: ล้างออกให้หมดไม่เหลือตกค้าง
หมดเวลาทิ้งไว้แล้ว ก็ต้องล้างฟองออกให้สะอาด ถ้าล้างไม่หมด สีม่วงจะติดผ้าเช็ดตัวหรือปลอกหมอนได้ นอกจากนี้ถ้ามีเม็ดสีตกค้างบนหนังศีรษะ อาจทำให้คันหรืออักเสบได้
ขั้นตอนล้างออกต้องใช้เวลา 1-2 นาทีเหมือนตอนล้างเบื้องต้น โดยเฉพาะบริเวณหลังหูกับท้ายทอยมักจะล้างไม่สะอาด ต้องตั้งใจให้น้ำไหลผ่านส่วนเหล่านี้ให้ดี ล้างจนน้ำใสไม่มีฟองเหลือเลย
ตอนล้างออก ก็ต้องใช้น้ำอุ่น 38-40 องศาเช่นกัน ถ้าใช้น้ำร้อนล้าง เม็ดสีม่วงที่เพิ่งซึมเข้าไปจะถูกชะออกมา ผลก็จะลดลงครึ่งนึง ใช้น้ำอุณหภูมิพอดีล้างอย่างละเอียดถี่ถ้วนจะดีที่สุด
STEP 5: ทำทรีทเมนต์บำรุงความชุ่มชื้น
แชมพูสีม่วงเน้นไปที่การเติมเม็ดสีเป็นหลัก ผมเลยมักจะเกิดอาการขาดความชุ่มชื้นมากกว่าแชมพูทั่วไป ดังนั้นหลังล้างออกแล้ว ต้องทำทรีทเมนต์บำรุงเสมอ
ทาทรีทเมนต์ให้ทั่วผม โดยเฉพาะปลายผม ผมที่ฟอกแล้วจะมีชั้นผิวเปิดง่าย ความชุ่มชื้นและโปรตีนในเส้นผมก็จะหายออกไปง่ายด้วย ทรีทเมนต์จะสร้างเกราะป้องกัน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ ผมก็จะเงางามสวย
ถ้าทำได้ ควรทิ้งทรีทเมนต์ไว้สักพักนึงก่อนล้างออก จะช่วยบำรุงได้ดีขึ้น หลังจากนั้นล้างออกเบาๆ ทรีทเมนต์ไม่ต้องล้างออกหมดทุกหยดหรอก เหลือความลื่นนิดหน่อยก็โอเคแล้ว
ระยะเวลาทิ้งไว้และความถี่ที่เหมาะสม
ระยะเวลาทิ้งไว้กับความถี่ในการใช้เป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยมาก จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับความสว่างและสภาพของผมแต่ละคน ถ้ารู้หลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง การใช้แชมพูสีม่วงจะได้ผลดีมาก
ปรับระยะเวลาตาม “ความสว่างของผม”
ระดับความสว่างของผมจะกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม ถ้าฟอกแค่ 1 ครั้งแล้วยังมีสีเหลืองเยอะ เม็ดสีจะซึมยากหน่อย ต้องทิ้งไว้นานขึ้น ประมาณ 8-10 นาที
ในทางกลับกัน ถ้าฟอก 2 ครั้งขึ้นไป หรือฟอกจนเกือบขาวแล้ว ผมจะรับสีได้ง่าย ทิ้งไว้ 10 นาทีอาจจะม่วงเกินไปเลย แค่ 3-5 นาทีก็เห็นผลชัดเจนแล้ว ต้องดูอาการแล้วค่อยปรับ
ตารางนี้สรุประยะเวลาและความถี่ตามสภาพผม:
| สภาพผม | ระยะเวลาทิ้งไว้ | ความถี่แนะนำ |
| ฟอก 1 ครั้ง (เหลืองเยอะ) | 8-10 นาที | ทุก 2 วัน |
| ฟอก 2 ครั้ง (สว่างพอสมควร) | 5-7 นาที | ทุก 3 วัน |
| ฟอกขาวมาก (เกือบขาว) | 3-5 นาที | ทุก 3-4 วัน |
ถ้าเป็นครั้งแรกที่ใช้แชมพูสีม่วง แนะนำให้ทดลองด้วยเวลาสั้นๆ ก่อน (ประมาณ 3 นาที) ส่องกระจกดูว่าสีเข้าไปแค่ไหน แล้วค่อยปรับเวลาในครั้งต่อไป จะได้ไม่ผิดพลาด
ความถี่พื้นฐานคือ “ทุก 2-3 วัน”
ความถี่ในการใช้ที่แนะนำคือทุก 2-3 วัน ถ้าใช้ทุกวันจะทำให้เม็ดสีสะสมมากเกินไป ผมจะดูมืดและหมองลง
แต่ก็ต้องปรับตามสภาพผมและวัตถุประสงค์ด้วยนะ ช่วงหลังย้อมสีใหม่ๆ ถ้าอยากให้สีติดทนนาน ใช้ทุก 2 วันจะดี แต่ถ้าผ่านไประยะแล้วสีเริ่มคงตัว ลดเหลือทุก 3-4 วันก็ได้
ช่วงฤดูร้อนแดดจัด สีจะซีดเร็วกว่าปกติ ควรเพิ่มความถี่ในการใช้หน่อย ส่วนฤดูหนาวอากาศแห้ง ผมจะเสียง่าย ใช้บ่อยเกินไปอาจไม่ดี ควรใช้ทรีทเมนต์บำรุงควบคู่ไป แล้วลดความถี่ลงหน่อยจะฉลาดกว่า
รู้ไหมว่าอยากใช้ทุกวันก็เข้าใจนะ แต่การอดทนนิดหน่อยจะทำให้สีผมสวยนานกว่า การสลับระหว่างแชมพูธรรมดากับแชมพูสีม่วงจะช่วยให้มีทั้งความสะอาดและการเติมสี สมดุลพอดี
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข
การใช้แชมพูสีม่วงอาจเกิดปัญหาได้บ้าง แต่ถ้ารู้สาเหตุและวิธีแก้ ก็ไม่ต้องตกใจ เรามาดูตัวอย่างปัญหาที่เจอบ่อยกับวิธีแก้กัน
ผมกลายเป็นสีเขียวหรือม่วงเข้มเกินไป ทำไง?
หลายคนเคยเจอปัญหาผมกลายเป็นสีเขียวหลังใช้แชมพูสีม่วง นี่เกิดจากเม็ดสีน้ำเงินที่ตกค้างในผมไปผสมกับเม็ดสีม่วงจากแชมพู โดยเฉพาะถ้าเพิ่งย้อมสีแอช (Ash) หรือสีแมท (Matte) แล้วมาใช้แชมพูสีม่วง จะเป็นสีเขียวได้ง่าย
ถ้าเป็นสีเขียวแล้วก็ไม่ต้องตกใจ ใช้แชมพูธรรมดาสระซัก 2-3 ครั้ง เม็ดสีส่วนเกินจะหลุดออกไป สีก็จะกลับมาปกติ อาจจะไม่หายหมดในครั้งแรก แต่สระไปเรื่อยๆ ก็จะจางลงจนแทบไม่เห็น
ส่วนถ้าผมม่วงเข้มเกินไป ก็แก้ด้วยวิธีเดียวกัน ปัญหานี้มักเกิดจากทิ้งไว้นานเกินไป หรือใช้บ่อยเกินไป ครั้งหน้าลดเวลาลง หรือเว้นระยะห่างให้มากขึ้นก็จะป้องกันได้
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ครั้งแรกที่ใช้แชมพูตัวใหม่ ให้ทดลองด้วยเวลาสั้นๆ เสมอ (ประมาณ 3 นาที) ค่อยๆ เพิ่มเวลาทีละน้อย จนเจอจุดที่เหมาะกับผมของคุณ
ป้องกันสีติดห้องน้ำและเล็บ
สิ่งที่น่ากังวลตอนใช้แชมพูสีม่วงก็คือสีจะติดห้องน้ำกับเล็บ เม็ดสีม่วงจะเด่นมากถ้าติดบนอ่างอาบน้ำหรือผนังสีขาว ต้องมีมาตรการป้องกันล่วงหน้า
วิธีป้องกันที่ได้ผลดีที่สุดคือ ก่อนใช้แชมพูสีม่วงให้ราดน้ำทั่วห้องน้ำก่อน พื้นผิวที่เปียกจะทำให้เม็ดสีเกาะยาก อีกอย่างคือหลังใช้เสร็จต้องฉีดน้ำล้างทันทีเป็นนิสัย ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง สีจะติดแน่นไปแล้วล้างยาก
ถ้าเผลอให้สีติดอ่างหรือผนังไปแล้ว ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำหรือฟองน้ำเมลามีนถูก็หลุดได้ แต่ถ้าเข้าไปในร่องแนวต่างๆ จะล้างยาก ฉะนั้นการป้องกันตั้งแต่แรกยังดีที่สุด
สำหรับคนที่กังวลเรื่องสีติดเล็บ แนะนำให้ใส่ถุงมือพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซื้อที่ร้านร้อยบาทก็มี ถุงมือบางๆ จะไม่รบกวนความรู้สึกตอนตีฟอง ถ้าไม่ใส่ถุงมือ ก็ต้องรีบแปรงเล็บทันทีหลังใช้เสร็จ จะได้ไม่ให้เม็ดสีเกาะติดแน่น
ใช้กับผมแห้งได้ไหม?
ตอบเลยว่าไม่แนะนำให้ใช้แชมพูสีม่วงกับผมแห้ง การทาลงผมแห้งจะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง
ประการแรก จะทำให้ผมเสียจากแรงเสียดสี ผมที่ฟอกแล้วเสียอยู่แล้ว ถ้าเอาแชมพูทาลงผมแห้งแล้วนวด เส้นผมจะเสียดสีกัน ชั้นผิวผมจะลอกง่ายขึ้น ทำให้เกิดปลายแตกและผมหลุดร่วง
ประการที่สอง สีจะด่างไม่สม่ำเสมอ ผมแห้งไม่มีความชุ่มชื้น แชมพูสีม่วงจะไม่กระจายเท่ากัน บางจุดสีเข้มมาก บางจุดไม่มีสีเลย ผลลัพธ์ก็จะไม่สวย
การใช้กับผมเปียกจะทำให้แชมพูซึมไปทั่วอย่างสม่ำเสมอ เม็ดสีก็จะติดผมได้ดี นอกจากนี้ผมเปียกจะมีชั้นผิวเปิดอยู่ เม็ดสีจะซึมเข้าไปง่ายกว่า ดังนั้นต้องล้างผมให้เปียกก่อนใช้เสมอ
ถ้าจริงๆ รีบมาก อย่างน้อยก็ฉีดน้ำสเปรย์ให้ผมเปียกทั่วก่อนใช้แชมพู การทำตามวิธีที่ถูกต้องจะช่วยให้สีผมสวยและอยู่นานกว่า
เลือกแชมพูสีม่วงแบบไหนดี?
แชมพูสีม่วงมีหลายยี่ห้อออกมาขาย แต่ละตัวก็มีจุดเด่นต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับสภาพผมและความต้องการของคุณจะทำให้พึงพอใจมากกว่า
สำหรับคนที่อยากกำจัดสีเหลืองให้หมดเกลี้ยง
ถ้าต้องการกำจัดสีเหลืองหลังฟอกผมให้หมดจด แนะนำแชมพูที่มีเม็ดสีเข้มข้น
- Kyogoku Pink Purple Color Shampoo (เคียวโกกุ พิงค์เพอเพิล)

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีเม็ดสีม่วงเยอะมาก ใช้แค่ครั้งเดียวก็เห็นผลชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่ฟอก 1 ครั้งแล้วยังเหลืองเยอะ หรืออยากกำจัดโทนทองแดงที่ไม่ต้องการ แต่เพราะเม็ดสีเข้มข้น การควบคุมเวลาทิ้งไว้จึงสำคัญมาก ครั้งแรกที่ใช้ให้เริ่มจากเวลาสั้นๆ แล้วค่อยๆ ปรับเพิ่ม
สำหรับคนที่ผมเสีย ต้องการบำรุงควบคู่
ถ้าผมเสียมาก หรือผมแห้งง่าย ควรเลือกแชมพูสีม่วงที่มีส่วนผสมบำรุง
- N. (เอ็น ดอท) Color Shampoo Purple
- แชมพูสีม่วงสูตรไฮโดรมิสต์ที่เน้นความชุ่มชื้น
- แชมพูสีม่วงสำหรับซาลอนระดับพรีเมียม
สินค้าเหล่านี้มีส่วนผสมของชีบัตเตอร์ น้ำมันอาร์แกน กรดไฮยาลูโรนิก ช่วยเติมสีพร้อมบำรุงผมไปพร้อมๆ กัน แม้ผมจะฟอกหลายครั้งจนเสียมากก็ยังรู้สึกนุ่มไม่เกิดอาการเกี่ยวกัน ล้างออกมาเนียนชุ่มชื้น เหมาะสำหรับคนที่อยากได้คุณภาพระดับซาลอนที่บ้าน
สำหรับคนที่ใส่ใจเรื่องราคา
เพราะแชมพูสีม่วงต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ราคาก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน
- Lloyd (ลอยด์) Color Shampoo Purple
- แชมพูสีม่วงขนาดใหญ่สูตรประหยัด
- แชมพูสีม่วงจากเกาหลีที่ราคาไม่แพง
สินค้าเหล่านี้ราคาไม่แพงมาก แต่ก็ช่วยกำจัดสีเหลืองได้ดี มีขนาดใหญ่ด้วย ใช้ได้สบายๆ ไม่ต้องตีหม้อ เหมาะกับคนที่ลองใช้ครั้งแรก หรืออยากใช้บ่อยๆ เพราะประหยัดราคา ควรเตรียมทรีทเมนต์บำรุงไว้ด้วยจะดีกว่า
สรุป
การใช้แชมพูสีม่วงให้ได้ผลดีต้องเริ่มจากการล้างเบื้องต้นให้ดี ตีฟองก่อนทา แล้วฟอกฟองทิ้งไว้ 5-10 นาที ใช้ทุก 2-3 วัน ปรับระยะเวลาตามความสว่างของผม ฟอก 1 ครั้งใช้ 8-10 นาที ฟอกจนขาวใช้แค่ 3-5 นาที
ถ้าเผลอเป็นสีเขียวหรือม่วงเกินไป ก็แค่สระด้วยแชมพูธรรมดาซัก 2-3 ครั้ง ไม่ต้องตกใจ การป้องกันสีติดห้องน้ำและเล็บก็ทำได้ง่าย แค่ราดน้ำก่อนใช้ แล้วล้างทันทีหลังเสร็จ ส่วนการใช้กับผมแห้งนั้นไม่แนะนำเพราะจะทำให้ผมเสียและสีด่าง
ถ้าทำตามวิธีที่ถูกต้อง คุณจะประหยัดค่าร้านเสริมสวยได้เยอะ แถมยังรักษาสีผมสวยๆ ไว้ที่บ้านได้ด้วย เลือกแชมพูสีม่วงที่เหมาะกับสภาพผม แล้วมาเอนจอยกับสีผมสวยโปร่งแสงกันนานๆ ได้เลย
