เคยมั้ยคะที่ทำสีน้ำตาลสวยๆ จากร้าน แต่พอผ่านไปแค่ 2-3 สัปดาห์ สีผมกลับกลายเป็นสีส้มแดงแบบฉ่ำๆ เหมือนแครอท? จริงๆ แล้วปัญหานี้มันมีสาเหตุชัดเจนและมีวิธีแก้นะคะ ถ้าใช้แชมพูธรรมดาต่อไปเรื่อย ตัวทำความสะอาดที่แรงเกินไปจะชะสีย้อมออกมา แล้วเม็ดสี Melanin สีน้ำตาลแดงที่อยู่ในเส้นผมคนเอเชียเราก็จะโผล่ออกมา บทความนี้จะมาบอกวิธีเลือกแชมพูที่ช่วยรักษาสีผมน้ำตาลได้ยาวนานจริงๆ และจะมาตอบคำถามที่หลายคนสงสัยว่า “แชมพูม่วงกับแชมพูน้ำเงิน ตัวไหนเหมาะกับผมน้ำตาลกว่ากัน” ด้วยทฤษฎีสีที่ชัดเจน ไปดูกันเลยค่ะ

ทำไมผมสีน้ำตาลถึงซีดเป็นสีส้มเร็วจัง?
มาทำความเข้าใจกลไกการซีดสีของเส้นผมกันก่อน
การที่ผมสีน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือสีแดงน้ำตาลตามกาลเวลานี่ มันเป็นเรื่องธรรมชาติของการที่เม็ดสีหลุดออกไปจากเส้นผมค่ะ คนเอเชียโดยเฉพาะคนไทยเรา มี Eumelanin ซึ่งเป็นเม็ดสีแดงน้ำตาลอยู่เยอะในเส้นผม พอทำสีน้ำตาลสวยๆ จากร้านมาใหม่ๆ สีจะสวยอยู่หมด แต่พอสระผม โดนแดด เม็ดสีย้อมที่อยู่ชั้นนอกก็เริ่มหลุดลอกออกไป เม็ดสีแดงน้ำตาลที่อยู่ข้างในก็โผล่ออกมาให้เห็นชัดเจนนั่นเอง
โดยเฉพาะแชมพูราคาถูกที่มี Sulfate (ตัวทำความสะอาดที่มาจากกรดซัลฟิวริก) จะทำความสะอาดแรงมาก มันไม่ได้แค่ล้างสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะ แต่ยังเปิด Cuticle เส้นผม แล้วชะเม็ดสีย้อมที่อยู่ข้างในออกมาด้วย นอกจากนี้น้ำประปาในบางพื้นที่ที่มีแร่ธาตุเยอะ ก็จะทำให้เม็ดสีติดยากขึ้น แล้วการสระผมด้วยน้ำร้อนก็ยิ่งเปิด Cuticle ให้สีหลุดออกไปเร็วขึ้นอีก
ผลก็คือ ภายใน 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน สีน้ำตาลสุภาพที่ทำมาใหม่ๆ ก็จะกลายเป็นสีส้มสดใสเหมือนฟอกผม ปัญหานี้จะเห็นชัดมากโดยเฉพาะกับสีน้ำตาลโทนอุ่นๆ อย่างสีช็อคโกแลตหรือสีมอคค่า
วิธีเลือกแชมพูสำหรับผมสีน้ำตาล 3 ข้อสำคัญ

เลือกให้เข้ากับสภาพผมตัวเอง ถึงจะได้ผมสวยยาวนาน
การเลือกแชมพูรักษาสีผมน้ำตาลนี่ ไม่ได้แค่หยิบขวดที่เขียนว่า “Color Care” มาใช้ก็จบนะคะ ต้องดูว่าปัญหาของผมเราคืออะไร คือสีซีดไปทางไหน แล้วแก้ตรงจุดให้ถูก ตรงนี้เราจะมาดูเกณฑ์การเลือก 3 ข้อที่ช่างมืออาชีพแนะนำกันค่ะ
ลบสีส้ม-สีแดง ใช้น้ำเงิน / ลบสีเหลือง ใช้ม่วง
เข้าใจทฤษฎีสีแล้วเลือกไม่พลาด
หลายคนเข้าใจผิดว่า “คัลเลอร์แชมพู = แชมพูม่วง” ทั้งๆ ที่จริงแล้วแต่ละสีแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกันเลยนะคะ ถ้าเลือกผิด ก็ไม่ได้ผลอย่างที่หวัง หรือแย่กว่านั้นคือสีผมอาจจะประหลาดขึ้นอีก
ในทฤษฎีสี “สีตรงข้าม” หรือ Complementary Color คือสีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงจรสี ถ้านำมาผสมกัน สองสีจะหักล้างกันจนกลายเป็นสีเทาหรือไม่มีสี สำหรับผมสีน้ำตาลที่ซีดออกมาเป็น “สีส้ม-สีแดง” นั้น สีที่จะหักล้างได้ดีที่สุดคือ “สีน้ำเงิน (Blue)” ส่วนแชมพูสีม่วงนั้น มันหักล้าง “สีเหลือง” ซึ่งเหมาะกับผมสีบลอนด์หรือไฮไลท์ที่มีสีเหลืองออกมามากกว่า
พูดง่ายๆ คือ ถ้าผมสีน้ำตาลซีดแล้วกลายเป็นสีส้มสดๆ แบบฉ่ำ ใช้แชมพูน้ำเงินจะช่วยลดสีแดงและสีส้มลง แล้วทำให้ได้สีน้ำตาลเทาหรือน้ำตาลอ่อนๆ สไตล์ Ash, Greyge สวยดูเท่ แต่ถ้าผมน้ำตาลของเราเป็นแบบฟอกเบสแล้วมีสีเหลืองออกมา ตอนนั้นแหละใช้แชมพูม่วงดีกว่า ลองสังเกตผมตัวเองดีๆ ว่าซีดไปทางสีส้ม-แดง หรือสีเหลือง แล้วค่อยเลือกนะคะ
อยากรักษาสีให้อยู่นาน หรืออยากเติมสีใหม่
เลือกให้ตรงกับวัตถุประสงค์
แชมพูรักษาสีผมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ แบบแรก “รักษาสีให้คงอยู่” จะเป็นสูตร Sulfate Free หรือใช้ตัวทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่มีเม็ดสีเติมเข้าไป เน้นไปที่การป้องกันไม่ให้สีหลุดลอกออกไป เหมาะกับคนที่เพิ่งทำสีมาใหม่ๆ อยากให้สีสวยๆ อยู่ได้นานที่สุด
อีกแบบคือ “แชมพูเติมสี (Color Shampoo)” ที่มีเม็ดสีผสมอยู่ในตัว ทุกครั้งที่สระก็จะค่อยๆ เติมสีให้กับเส้นผมไปเรื่อยๆ เหมาะกับคนที่ผมเริ่มซีดแล้ว อยากเติมสีกลับเข้าไป แชมพูน้ำเงินและแชมพูม่วงส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนี้
วิธีเลือกง่ายๆ คือ ถ้าทำสีมายังไม่ถึง 2 สัปดาห์ สียังสวยอยู่ ใช้แบบรักษาสี แต่ถ้าเกิน 2 สัปดาห์แล้วเริ่มเห็นสีส้ม-สีแดงโผล่มา ใช้แบบเติมสีดีกว่า หรือจะซื้อทั้ง 2 แบบมาสลับใช้ตามสภาพผมก็ได้นะคะ
มีส่วนผสมบำรุงผม (Keratin, น้ำมันธรรมชาติ) หรือเปล่า
สีอยู่ได้นาน ต้องมาจากเส้นผมที่แข็งแรง
การทำสีผมนี่ ไม่ว่าจะฟอกหรือย้อม มันก็ทำร้ายเส้นผมอยู่ดี เพราะต้องใช้สารเคมีเปิด Cuticle เพื่อให้สีเข้าไปข้างใน ผมที่เสียจะมี Cuticle หลุดลอกง่าย เม็ดสีก็หลุดตามไปด้วย ฉะนั้นถ้าอยากให้สีอยู่นาน ก็ต้องบำรุงผมให้แข็งแรงด้วยค่ะ
แชมพูรักษาสีผมที่ดีควรมี Keratin หรือ Collagen ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างเส้นผม Keratin เป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม การเติมจากภายนอกจะช่วยเสริมความแข็งแรง ทำให้เม็ดสีติดได้ดีขึ้น นอกจากนี้น้ำมันธรรมชาติอย่าง Argan Oil, Jojoba Oil ก็สำคัญ เพราะจะเคลือบ Cuticle ป้องกันไม่ให้เม็ดสีหลุดออกไป
อีกอย่างคือ Silicone มีหรือไม่มีก็สำคัญนะ แชมพูแบบ Non-Silicone จะให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ แต่อาจจะปกป้องเส้นผมได้น้อยหน่อย ส่วนแบบมี Silicone พอประมาณจะให้ความลื่นและปกป้องได้ดีกว่า เลือกตามชนิดผมและสไตล์ที่ชอบก็ได้ค่ะ ส่วนผสมอย่าง Hyaluronic Acid, Ceramide ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นก็สำคัญเหมือนกัน จะได้ไม่แห้งเสียจนเม็ดสีหลุดง่าย
10 อันดับแชมพูรักษาสีผมน้ำตาลที่ดีที่สุด
เลือกให้ตรงปัญหา ได้ผลจริง
การเลือกแชมพูรักษาสีผมน้ำตาลนี่ ไม่ใช่แค่ดูว่าอันไหนขายดี แต่ต้องดูว่าอันไหนตอบโจทย์ปัญหาของเราได้จริง เราจะแบ่งตามประเภทปัญหาและสภาพผม แนะนำเฉพาะสินค้าที่ช่างมืออาชีพให้คะแนนสูง และลูกค้าจริงรีวิวดีๆ มาให้เลยค่ะ
สำหรับคนที่อยากลบสีส้ม-สีแดง (Blue/Ash)
เปลี่ยนสีส้มฉ่ำๆ ให้เป็นสีน้ำตาลเทาสวยเท่
ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดของผมสีน้ำตาลคือ ซีดแล้วกลายเป็นสีส้มสดใสเหมือนผักแครอท ถ้าอยากแก้ปัญหานี้ ต้องใช้แชมพูที่มีเม็ดสีน้ำเงิน (Blue) เท่านั้นค่ะ แชมพูน้ำเงินจะใช้หักล้างสีแดงและสีส้ม ทำให้ได้สีน้ำตาลเทา Ash Brown หรือ Greyge ที่ดูเท่และดูดี

KYOGOKU Blue Purple Color Shampoo BP เป็นแชมพูคุณภาพสูงที่พัฒนาโดยช่างญี่ปุ่น ผสมสีน้ำเงินและม่วงในสัดส่วนที่ลงตัว ลบได้ทั้งสีส้ม สีแดง และสีเหลือง พร้อมกันเลย มี Human Ceramide 3 ชนิด และกรดอะมิโน 18 ชนิด ทั้งลบสีและบำรุงผมไปพร้อมกัน ฟองเยอะมาก ใช้น้อยก็ได้ผล คุ้มค่ามาก เพราะพัฒนาโดยช่างมืออาชีพ ใช้แล้วได้ฟีลลิ่งคุณภาพร้านเลยค่ะ
Lolane Pixxel Anti-Red Ash Shampoo เป็นตัวดังที่คนไทยรู้จักกันดี แชมพูน้ำเงินเข้มข้น ลบสีแดงได้เทพจริงๆ ใช้แค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็ได้โทนสี Ash สวยๆ แบบเพิ่งออกจากร้านแล้ว รีวิวดีเพียบ ราคาไม่แพง คุ้มสุดๆ
Schwarzkopf Goodbye Orange Shampoo จากแบรนด์เยอรมันชื่อดัง ตัวนี้เจาะจงไปที่การลบสีส้มเลย ชื่อก็บอกแล้วว่า “ลาก่อนสีส้ม” ฟองดี ทิ้งไว้แค่ 5 นาทีก็เห็นผลแล้ว เหมาะกับคนที่ทำสีน้ำตาลอ่อนถึงคาราเมลมาก
Kerasilk Color Gentle Shampoo เป็นระดับพรีเมี่ยม มีทั้งเม็ดสีน้ำเงินและ Keratin ระดับไฮเอนด์ คุณภาพเทียบสินค้าในร้านเลย ทั้งลบสีและทำให้ผมเงางามมาก ราคาสูงหน่อย แต่ใช้เป็นทรีตเมนต์พิเศษเดือนละ 2-3 ครั้งก็คุ้มค่ะ ผมนุ่มลื่น แบบเพิ่งทำผมจากร้านมาเลย
สำหรับคนอยากรักษาสีและความเงางามจากร้าน (Color Care/Moisturize)
ล้างอย่างอ่อนโยน รักษาสีให้ยาวนาน
ถ้าไม่ได้อยากเติมสี แต่อยากให้สีที่มีอยู่คงอยู่นานๆ แชมพูกลุ่มนี้จะเหมาะมาก เป็นสูตร Sulfate Free ที่ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน ไม่ชะเม็ดสีออก ใช้ทุกวันก็ได้ เหมาะเป็นแชมพูประจำ
L’Oréal Professional Serie Expert Vitamino Color Shampoo เป็นที่ไว้ใจของช่างทั่วโลก ใช้เทคโนโลยี Incell ล็อคเม็ดสีไว้ในเส้นผม ทำให้สีอยู่ได้นานถึง 8 สัปดาห์ มี Vitamin E บำรุงผมให้เงางาม ไม่แห้งจากการซีดสี คุณภาพร้านใช้ที่บ้านได้เลยค่ะ
TRESemmé Colour Radiance Shampoo ราคาดี ใช้ง่าย เหมาะกับการใช้ประจำมาก มี Color Guard Complex เคลือบผมป้องกันเม็ดสีหลุด ขวดใหญ่ ทั้งบ้านใช้ได้ กลิ่นหอมดีด้วย ถ้าไม่อยากแก้สีอะไรมาก แค่อยากให้สีอยู่นานๆ ตัวนี้โอเคมาก
Kerastase Reflection Bain Chromatique Shampoo เป็นระดับลักชูรี่จากฝรั่งเศส มี Multi-Vitamin และ UV Filter ป้องกันทั้งการซีดสีและรังสี UV ใช้ไปเรื่อยๆ ผมจะสวยขึ้นเรื่อยๆ สีสด เงางาม ถ้าจะไปงานสำคัญ ล้างก่อน 1 วัน ผมจะสวยมากค่ะ
สำหรับคนอยากปกปิดผมขาวให้เป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ
แค่สระผม ผมขาวก็หายไป
สำหรับคนที่มีผมขาวปนอยู่ แต่อยากให้เป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ มี Color Change Shampoo ที่มีเม็ดสีเข้มข้นกว่าคัลเลอร์แชมพูทั่วไป แค่สระผมก็ค่อยๆ ทำให้ผมขาวจางลง เหมาะกับคนไปร้านไม่ถี่ หรือกลัวการย้อมผมทำลายเส้นผม
Hommkesa Color Change Shampoo เป็นแชมพูย้อมผมขาวที่ดังในญี่ปุ่น ใช้สีย้อมจากพืช อ่อนโยนต่อผมและหนังศีรษะ ใช้ต่อเนื่องประมาณ 3 สัปดาห์ ผมขาวจะกลายเป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ ดูอ่อนกว่าวัย ไม่มีกลิ่นแรงแบบสีย้อมทั่วไป ใช้แล้วรู้สึกดีค่ะ
LYO Hair Color Shampoo มาจากเกาหลี มีสารสกัดจากพืช 5 ชนิด ทั้งบำรุงหนังศีรษะและปกปิดผมขาว ฟองนุ่ม ล้างสบาย สระผมแบบสนุกๆ ไปพร้อมดูแลผมขาว มีให้เลือกตั้งแต่น้ำตาลเข้มถึงน้ำตาลอ่อนด้วยค่ะ
>>คู่มือวิธีใช้แชมพูรักษาสีผมฉบับสมบูรณ์
เทคนิคการใช้แชมพูให้ได้ผลสูงสุดแบบช่างมืออาชีพ

ใช้ให้ถูกวิธี ผลจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ซื้อแชมพูดีๆ มาแล้ว แต่ถ้าใช้ผิดวิธี ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควรนะคะ เรามาดูเทคนิคที่ช่างใช้ในร้าน แล้วเอามาใช้ที่บ้านได้กันเลย สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ฟองแพ็ค” คือไม่ใช่แค่ตีฟองแล้วล้างทันที แต่ต้องทิ้งฟองไว้สักพัก ให้เม็ดสีซึมเข้าไปในเส้นผมจริงๆ
ขั้นแรก ล้างผมเปล่าให้ดีก่อน ใช้เวลา 2-3 นาที ล้างด้วยน้ำอุ่นๆ ให้ทั่วทั้งหัว ชะสิ่งสกปรกและแว็กซ์ออกไปก่อน แค่ขั้นนี้ก็กำจัดสกปรกไปได้ประมาณ 70% แล้ว แชมพูจะตีฟองได้ง่ายขึ้นเยอะ ถ้าล้างไม่สะอาด เม็ดสีจะไปติดกับสิ่งสกปรก แทนที่จะเข้าผมค่ะ
ขั้นต่อมา บีบแชมพูใส่มือ ตีฟองให้ดีก่อนลงผม อย่าเทน้ำยาลงหนังศีรษะโดยตรง เพราะจะทำให้สีไม่สม่ำเสมอ พอตีฟองแล้วนวดหนังศีรษะเบาๆ แล้วส่วนสำคัญมาแล้ว อย่าล้างฟองทิ้งเลย กระจายฟองให้ทั่วเส้นผม แล้วทิ้งไว้ 5-10 นาที ช่วงเวลานี้เม็ดสีจะซึมเข้าไปค่ะ ถ้าสวมหมวกอาบน้ำทิ้งไว้จะยิ่งดี
ข้อสำคัญมาก ใช้คัลเลอร์แชมพูต้องใส่ถุงมือทุกครั้ง เพราะแชมพูน้ำเงินหรือม่วงมีสีเข้มมาก ถ้าไม่ใส่ ปลายนิ้วกับเล็บจะติดสีแน่นอน ถ้าครั้งแรก หรือรู้สึกว่าสีเข้มเกินไป ให้ผสมกับแชมพูธรรมดา 1:1 ปรับความเข้มให้พอดีกับตัวเองได้ค่ะ สุดท้ายล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ (ไม่ร้อน ไม่เย็นจัด) แล้วใช้ทรีตเมนต์ตามปกติ
เคล็ดลับรักษาสีผมให้อยู่นานนอกเหนือจากแชมพู
นิสัยในชีวิตประจำวันคือกุญแจสำคัญ
ถึงจะใช้แชมพูดีแค่ไหน ถ้านิสัยดูแลผมผิดๆ สีก็จะหลุดเร็วอยู่ดี อันที่จริงปัจจัยนอกเหนือจากแชมพูนี่มีผลต่อการรักษาสีเยอะมากเลย มาดูเทคนิคง่ายๆ ที่ทำได้ทันทีกันค่ะ
ประการแรกที่สำคัญมากคือ ควบคุมอุณหภูมิน้ำ น้ำร้อนจัดจะเปิด Cuticle ชะเม็ดสีออกมาเร็วสุด อุณหภูมิที่เหมาะสมคือประมาณ 38 องศา อุ่นกว่าอุณหภูมิร่างกายนิดหน่อย ถ้ารู้สึกว่า “อุ่นๆ นะ ไม่ใช่ร้อน” นั่นแหละใช่เลยค่ะ โดยเฉพาะการล้างครั้งสุดท้าย ถ้าใช้น้ำเย็นๆ Cuticle จะหุบแน่น เม็ดสีจะไม่หลุดง่ายอีก
ความร้อนจากไดร์เป่าผมกับหนีบผมก็เป็นศัตรูของสีผมเหมือนกัน ความร้อนสูงจะทำลายโปรตีนในเส้นผม และทำลายเม็ดสีด้วย ก่อนเป่าผมต้องฉีด Heat Protect Spray ทุกครั้ง แล้วเป่าให้ห่างจากผมอย่างน้อย 15 ซม. อย่าเอาไปจ่อที่เดียวนานๆ ส่วนหนีบผมก็ตั้งไม่เกิน 180 องศา อย่าหนีบซ้ำที่เดิมหลายรอบนะคะ
ลองลดจำนวนครั้งการสระผมดูก็ดี ยิ่งสระบ่อย สีก็ยิ่งหลุดเร็ว ถ้าหนังศีรษะไม่มีปัญหา ลองสระ 2 วันครั้ง หรือ 3 วันให้ 2 ครั้ง สีจะอยู่นานขึ้นเยอะ วันที่ไม่สระ ล้างแค่น้ำเปล่า หรือที่เรียกว่า “Water Only” ก็ได้ แล้วถ้าไปสระน้ำ หรือลงทะเล ต้องล้างน้ำจืดให้สะอาดทันที คลอรีนกับเกลือจะทำลายเม็ดสีเร็วมาก แดดก็เหมือนกัน ออกไปข้างนอกใส่หมวก หรือทาน้ำมันบำรุงผมที่มี UV Protection ด้วยนะคะ
>>ดูแชมพูรักษาสีผมทุกประเภททั้งหมด
คำถามที่ถามกันบ่อยๆ (FAQ)
ตอบทุกข้อสงสัยเรื่องผมสีน้ำตาล
เรื่องการดูแลผมสีน้ำตาลนี่ หลายคนมีคำถามคล้ายๆ กันเลย เราจะมาตอบคำถามฮิตๆ ให้ชัดเจนกันเลยค่ะ
- ผมสีน้ำตาลใช้แชมพูม่วงแล้วไม่ได้ผลเลยใช่ไหมคะ?
-
แล้วแต่สภาพผมค่ะ ถ้าผมสีน้ำตาลซีดออกมาเป็นสีส้มหรือสีแดง แชมพูน้ำเงินจะเหมาะกว่าแชมพูม่วงแน่นอน เพราะสีม่วงหักล้าง “สีเหลือง” ไม่ใช่สีส้ม-สีแดง แต่ถ้าผมสีน้ำตาลอ่อนแบบฟอกเบส แล้วมีสีเหลืองออกมา แชมพูม่วงก็ช่วยได้ ลองส่องกระจกดูดีๆ ว่าผมซีดไปทางสีส้ม-แดง หรือสีเหลือง แล้วค่อยเลือก หรือจะซื้อทั้งสองสีมาสลับใช้ตามสภาพผมก็ได้นะคะ
- คัลเลอร์แชมพูใช้ทุกวันได้ไหมคะ?
-
แต่ละยี่ห้อแนะนำไม่เหมือนกัน แต่โดยทั่วไปแนะนำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งค่ะ ถ้าใช้ทุกวัน สีจะเข้มเกินไป ดูประหลาดได้ วิธีที่ดีคือสลับระหว่างคัลเลอร์แชมพูกับแชมพูรักษาสีธรรมดา เช่น วันจันทร์กับวันพฤหัสใช้แชมพูน้ำเงิน วันอื่นใช้ Sulfate Free แบบนี้สมดุลดีค่ะ สังเกตสภาพผมแล้วปรับให้เหมาะกับตัวเองที่สุด
- แค่แชมพูจริงๆ สีจะเปลี่ยนเหรอคะ?
-
คัลเลอร์แชมพูไม่ได้ทำให้สีเปลี่ยนแบบเห็นชัดเลยทันทีนะคะ แต่เป็นการปรับเฉดสีค่อยๆ เป็นทีละน้อย สระครั้งเดียวไม่ค่อยเห็นผล แต่ใช้ต่อเนื่องจะเห็นว่าสีส้ม-สีแดงจางลงชัดเจน โดยเฉพาะถ้าใช้สม่ำเสมอ 2-3 สัปดาห์ หลายคนรู้สึกได้ แต่ถ้าผมซีดจนหมดสีไปแล้ว แชมพูก็ช่วยไม่ได้ ต้องไปทำสีใหม่ที่ร้านค่ะ จำไว้ว่าแชมพูเป็นเครื่องมือ “รักษาสี” และ “ปรับสี” ไม่ใช่ “ย้อมสี” นะคะ
- ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ไหมคะ?
-
คัลเลอร์แชมพูมีสีย้อม ถ้าผิวแพ้ง่ายต้องระวังหน่อยค่ะ ก่อนใช้ทดสอบที่ข้อมือด้านในก่อน ทาทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ดูว่าแดง คัน หรือแพ้ไหม ถ้ามีอาการแพ้ห้ามใช้ สำหรับผิวแพ้ง่าย แนะนำแบบออร์แกนิคที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือจะทาแค่ลำผมตั้งแต่กลางเส้นไปปลาย ไม่ต้องโดนหนังศีรษะก็ช่วยลดการระคายเคืองได้นะคะ
>>ทำไมแชมพูม่วงไม่เห็นผล? แก้ปัญหาที่นี่
สรุป
เคล็ดลับรักษาสีผมน้ำตาลให้สวยยาวนาน
การรักษาสีผมน้ำตาลให้สวยและอยู่นานนั้น ต้องเริ่มจากการเข้าใจว่าทำไมสีถึงซีด แล้วเลือกแชมพูให้ตรงกับปัญหาจริงๆ ที่ผมเรามี สิ่งสำคัญที่สุดคือ สำหรับผมสีน้ำตาลที่ซีดเป็น “สีส้ม-สีแดง” ต้องใช้แชมพูน้ำเงิน ไม่ใช่แชมพูม่วง ตรงนี้ถ้าจำได้ เลือกแชมพูก็ถูกต้องแล้วครึ่งหนึ่ง
นอกจากนี้ แม้จะใช้แชมพูดีแค่ไหน แต่ถ้ายังสระผมด้วยน้ำร้อนจัด หนีบผมบ่อยๆ สีก็จะหลุดอยู่ดี ต้องปรับวิธีดูแล เช่น ใช้น้ำอุ่นๆ ในการสระ ใช้ Heat Protect ก่อนเป่าหรือหนีบ ทำ Foam Pack ให้ถูกวิธี อย่างนี้สีน้ำตาลสวยๆ จากร้านจะอยู่กับเรานานขึ้นหลายเท่า
ลองสังเกตดูว่าผมตัวเองซีดไปทางสีส้ม-แดง หรือสีเหลือง แล้วเลือกแชมพูน้ำเงินหรือม่วงให้เหมาะสม แล้วก็สลับใช้ระหว่างแบบรักษาสีกับแบบเติมสี จะทำให้ได้สีผมน้ำตาลในฝันตลอดเวลา ดูแลถูกวิธี ใช้ความรู้ที่ถูกต้อง ผมสีน้ำตาลสวยๆ จะอยู่กับเรานานๆ แน่นอนค่ะ
